~เขาตายเพียงลำพัง~

posted on 16 Jun 2009 01:12 by rainy-day  in Toon

 

หมายเหตุ - เรื่องต่อไปนี้เป็นเรื่องที่แต่งขึ้น  ไม่เกี่ยวกับบุคคล สถานที่ หรือเหตุการณ์จริงแต่ประการใดค่ะ ^_^~

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

.......

 

 

 

 

 

 

 

....

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 .....

 

 

 

 

 

 

...............

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 ........

 

 

 

 

 

....

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 .........

 

 

 

 

 

......

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

"....."

 

 

 

 

 

 

 

"....ช่วย...."

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 ..............

 

 

 

 

........

 

 

 

 

....

 

 

 

 

"หมอคะ..คนไข้ BP dropค่ะ!!"  (BP drop = ความดันเลือดลดลงต่ำมาก)

 

 

 

"เลือดออกไม่หยุดเลยด้วยค่ะ!"   

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

........

 

 

 

....

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

......

 

 

 

 

 

 

.....

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

...ผ้าม่านที่กั้นระหว่างพวกเรากับคุณพ่อ 

 

 

 

 

 

 

 

...

 

 

 

 

 

....

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

เครื่องมือหน้าตาประหลาดแผดเสียงร้องบาดหู แล้วเงียบลงเพียงชั่วคราว...

 

...จากนั้นก็ส่งเสียงขึ้นมาใหม่ซ้ำแล้วซ้ำเล่า....

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

ในวงล้อมของคนไม่รู้จักที่ห้อมล้อมรอบเตียง...

และเครื่องมือทางการแพทย์ที่ถูกนำมาใช้อย่างเต็มที่

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

"....."

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

....ม่านบางๆผืนนั้นกั้นพวกเรากับคุณพ่อจากกันในวาระสุดท้าย....

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

....ท่ามกลางผู้คนมากมาย...

 

 

 

 

 

 

 

 

อา...

นังเรนนี่ไม่ได้จิตตกมาจากไหนค่ะ

แค่นึกถึงหนังสือเล่มนึงที่เคยอ่าน  ชื่อหนังสือ

"How we die - เราตายอย่างไร"

 

มีอยู่บทหนึ่ง พูดถึงเรื่องการพยายามยื้อชีวิตผู้ป่วยของทีมรักษาด้วยการพยายามใช้เครื่องไม้เครื่องมือต่างๆมากมาย  รวมถึงการ "ปั๊มหัวใจ" (cardiopulmonary resuscitation ; CPR)

 

ซึ่งผู้ป่วยระยะสุดท้ายหลายราย  การปั๊มหัวใจดังกล่าวอาจช่วยให้หัวใจกลับมาสูบฉีดเลือดได้อีกครั้ง แต่ก็ต้องทรมานจากวิธีดังกล่าวด้วย  บางครั้งก็ซี่โครงหักกระอักเลือด(อันนี้พูดจริง)  มีรอยช้ำเป็นจ้ำเลือดที่หน้าอก  ญาติเห็นเข้าก็อาจจะรับไม่ได้  ไม่อยากเห็นคนที่รักต้องทรมาน  หลังจากหัวใจกลับมาทำงาน แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าหายจากโรคที่เป็น  ยังคงต้องทนทุกข์(หรือบางทีอาจจะไม่ได้สติ ไม่รับรู้อะไรอีกแล้ว)ต่อไป

 

และในบางราย  ก็ไม่สามารถยื้อชีวิตไว้ได้ด้วยวิธีนี้

 

ซึ่งต้องคุยกับญาติผู้ป่วยดีๆ ญาติบางคนอาจจะเลือกวิธีไม่ต้องปั๊มหัวใจ แต่รักษาด้วยยาอย่างเต็มที่เท่าที่จะทำได้ (ซึ่งเรียกกันทั่วไปว่า full med , NR (มาจาก non-resuscitation) )

 

หรือบางทีอาจจะเลือกกลับไปเสียชีวิตที่บ้าน 

จากไปอย่างสงบท่ามกลางลูกหลานและผู้คนอันเป็นที่รัก...

 

บางคนก็บอกว่า...มันเป็นเรื่องของการ

"ตายอย่างมีศักดิ์ศรี"

 

 

ในส่วนนี้ไม่สามารถบอกได้ค่ะ ว่าทำแบบไหนดีที่สุด  เพราะ ศักดิ์ศรีที่ว่าก็ไม่ได้มีความหมายเหมือนกันในแต่ละคน

 

 

แต่แค่สะกิดใจกับข้อความในหนังสือเล่มนั้น

 

 

ที่เล่าเกี่ยวกับ ผู้ป่วยซึ่งได้รับการดูแลอย่างเต็มที่จากทีมรักษา 

พยายามสุดชีวิตที่จะต่อลมหายใจให้ได้อย่างน้อยอีกสักวินาที  

 

ที่ตรงนั้นมีอุปกรณ์ทันสมัยทุกอย่าง  มีแพทย์ที่เชี่ยวชาญ  มีพยาบาลฝีมือดี 

 

 

 

มีทั้งหมด...ยกเว้นญาติพี่น้องและคนที่ผู้ป่วยรัก

 

 

 

ตราบจนกระทั่งลมหายใจสุดท้ายหลุดลอยหายไป  ร่างบนเตียงที่ทุกคนไปรุมล้อมนั้น 

 

 

ก็ไม่ได้ถูกมองว่าเป็น "สิ่งมีชีวิต" อีกแล้ว

 

 

 

ทุกคนเก็บอุปกรณ์ข้าวของ...

บันทึกยาที่ได้ใช้ไป  ขานเวลาเสียชีวิต  เตรียมแจ้งญาติให้ทราบ

 

 

ไม่มีคำบอกลา...ไม่มีมือที่คอยกุมเอาไว้

 

 

 

แม้จะมีผู้คนอยู่รายล้อมมากมาย...

แต่เขาได้จากไปแล้ว

 

 

 

จากไปอย่างเดียวดาย 

 

 

 

 

 

ท่ามกลางผู้คนที่ไม่รู้จักกัน

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

พล่ามซะยาวเลย...ซีดดดดด

 

แค่อยากนำเสนออีกมุมมองค่ะ  ทั้งหมดที่เล่ามาเป็นแค่ความเห็นส่วนตัวนะคะ เคยคุยกับเพื่อนเหมือนกัน  แต่คุยไปคุยมาก็สรุปว่าไม่มีอะไรถูกหรือผิดทั้งนั้น  มันเป็น "ทางเลือก" มากกว่า

 

แต่ก็คิดนะคะ ว่าถ้าเผื่อว่ามีเหตุการณ์อย่างนั้นเกิดขึ้นในชีวิตจริงๆจะทำยังไงดี บางทีก็คิดว่าอยากจะ "สู้" ให้ถึงที่สุด  แต่บางทีก็คิดว่าอยากให้ได้เขาได้จากไปอย่างสบายท่ามกลางคนที่รัก

....อา....พูดยากนิ.... -_-''

 

 

 

มีความเห็นอย่างไรเกี่ยวกับเรื่องเหล่านี้  ทิ้งข้อความเล่าให้ฟังเอาไว้จะดีใจมากเลยค่ะ ^_^~

 

 

 

แล้วพบกันเอ็นทรี่หน้าเน้อ

ปล.ย้ำอีกครั้งว่าเป็นแค่เรื่องแต่ง  ความคิดเห็น  และประสบการณ์ส่วนตัวเท่านั้นค่ะ แล้วก็ไม่ได้หมายความว่าเราเห็นด้วยหรือไม่เห็นด้วยกับเนื้อหาข้างบนนั้นนะคะ^_^~

ปล.2 ไม่น่าเชื่อว่าบล็อกนังเรนนี่จะมีเรื่องจริงจังแบบนี้อยู่ด้วย

ปล.3 ได้เล่าแล้วสบายใจ  แฮ่ๆ  จากนี้คงจะอัพบล็อกแบบสั้นๆจนกว่าจะสอบเสร็จวันศุกร์นี้ค่ะ

ปล.4 ดอกไม้หมุนติ้วๆๆๆ  สุดยอดไปเล้ย!

 

ปล.5 ถ้าว่างรบกวนตอบคำถามที่เอ็นทรี่นี้นิดนึงค่ะ  แฮ่ๆ  >>ชอบกินปีโป้สีอะไรที่สุดคะ<<  แล้วเดี๋ยวจะมาสรุปทีหลังเน้อ~

 

 

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

Tweet

อ่านแล้วน้ำตาจะไหล เรื่องคนป่วยๆแล้วก็เรื่องพ่อนี่อ่านแล้วเป็นงี้ทุกที


เป็นสีฯ...สีฯก็ตอบไม่ถูกเหมือนกันค่ะ


ถ้าต้องเจอทางเลือกอย่างนี้ ถ้าคนป่วยยังเลือกได้สีฯก็คงให้เขาตัดสินใจว่าอยากจะให้ช่วยรึเปล่า

แต่ถ้าให้ญาติต้องเป็นฝ่ายเลือก สีฯก็คงเลือกให้ช่วย(ในกรณีที่ต้องปั๊มหัวใจฉุกเฉินน่ะนะ) เพราะไม่อย่างนั้นก็คงต้องมีความคิดติดหัวไปทั้งชีวิตว่าจริงๆแล้วเราอาจจะช่วยเขาได้ก็ได้


สำหรับสีฯ การตัดสินใจผิดพลาดอย่างน้อยเราก็ยังได้รู้นะว่าสิ่งที่เราเลือกมันผิด
แต่ถ้าเราตัดสินใจไม่เลือก เราก็ต้องเจอกับความสงสัยไปทั้งชีวิตว่าจริงๆแล้วเรายังทำอะไรได้มากกว่านี้รึเปล่า


ฟังดูเป็นคำตอบที่เห็นแก่ตัวเหมือนกัน แต่เราก็เป็นคนที่ต้องมีชีวิตอยู่ต่อไปน่ะนะ
TT^TT อ่านแล้วเศร้าค่ะ จะร้องไห้จริงๆแล้ว.....
นึกถึงตอนที่คุณยายเราเสียชีวิต
คุณแม่เราเองก็เป็นพยาบาลค่ะ จำได้ว่าตอนนั้นคุณยายอยู่ในอาการมะเร็งระยะสุดท้าย ไม่สามารถทำอะไรเองได้แล้ว แม้กระทั่งกิน นอน ถ่าย....สุดท้ายแม่ให้คุณยายพึ่งเครื่องช่วยชีวิตอุปกรณ์ทุกอย่าง...
จนกระทั่งแม่เราเองทนไม่ได้ บางครั้งแม่ก็ถามตัวเองเสมอว่า จะให้ถอดเครื่องช่วยดีมั้ย? แต่แม่ก็ทำใจกับการสูญเสียคุณยายไม่ได้ แต่ด้วยสภาพที่ทรมาณทั้งเป็นแบบนั้น แม่เราจึงเลือกให้คุณยายไปสบายค่ะ.....

ความรู้สึกในตอนนั้นเราสงสารแม่มากๆเลย การที่เห็นแม่ซึ่งเป็นพยาบาลคนนึงต้องตัดสินใจระหว่างการไปแบบสบายกับการยื้อชีวิตของคนที่รารักสุดหัวใจมันเป็นเรื่องที่เศร้าและทำใจได้ยากมาก ตอนช่วงสุดท้ายของชีวิตคุณยายเรา แม่เราต้องร้องไห้ทุกวันกับการตัดสินใจนี้...ช่วงนั้นดาร์กเองก็ยังเด็ก ตอนแรกเราเองก็ไม่เข้าใจเหมือนกันว่าทำไมแม่ถึงไม่ตัดสินใจ ยื้อชีวิตคุณยายไปล่ะ แต่พอโตมาเราได้เห็นสภาพของคนป่วยระยะสุดท้ายที่แทบจะตายทั้งเป็น เราคิดว่าตอนนั้นแม่อาจจะตัดสินใจถูกแล้วที่ให้คุณยายไปอย่างสงบดีกว่าที่จะยื้อไว้แล้วให้ท่านอยู่ใยสภาพที่เหมือนตายทั้งเป็น....

ขอโทษนะคะที่เล่าประสบการณ์มาซะยืดยาว คือเราเข้าใจว่าสำหรับคนที่เรารักไม่ว่ายังไงเราเองก็อยากให้เค้าอยู่กับเราให้ได้นานที่สุดเท่าที่จะทำได้ แต่บางครั้งเราเองก็ต้องเข้าใจกับสภาพของผู้ป่วยบางรายที่บางครั้งการปล่อยให้เค้าไปอาจจะดีกว่าก็ได้.....

#2 By dark_shochan on 2009-06-16 02:13

คุณพ่อคุณแม่เราก็เป็นหมอฮ่ะ
เลยได้ยินเรื่องแนวๆนี้มาตั้งแต่เด็ก

ไม่ใช่แค่เรื่องตายไปโดยตัวคนเดียว ยังต้องอยู่ทรมานกับโรคต่อ
แล้วบางครั้ง ถึงจะช่วยชีวิตผู้ป่วยได้จริง แต่เค้าก็ไม่รู้สึกตัว...ไม่ตื่นขึ้นมาอีกเลย

คุณพ่อบอกว่า ทุกครั้งก็เลยอยากจะคุยกับญาติคนไข้ให้เข้าใจ ก่อนจะตัดสินใจอะไร

พ่อแม่เราย้ำไว้ทั้งคู่ฮ่ะ
ถ้าเกิดอะไรขึ้นกับพวกเค้า แล้วต้องตัดสินใจเรื่องนี้
บอกให้เราปล่อย ให้พากลับบ้าน เพราะอยากจะจากไปอย่างสงบ

แต่ถ้าถึงเวลานั้นจริงๆ ไม่รู้เราจะทำใจได้ปล่อยได้รึเปล่า
TT____________________TT

#3 By - Hikaki - on 2009-06-16 03:47

Hot!

#4 By talalan on 2009-06-16 06:40

......เศร้า.........

ถ้าเราเป็นคนป่วย เรารู้ตัวดีว่าจะตาย เราจะไม่ขอให้ยื้อชีวิตหรอก แต่เราอยากตายโดยที่วาระสุดท้ายได้เห็นหน้าคนที่เรารัก

แต่เราไม่อยากให้คนที่รักเห็นเรา

เพราะการที่เห็นคนที่เรารักนั้นตายไปต่อหน้า มันเศร้ามากมาย

แต่ถ้าเราเป็นญาติคนป่วย เราก็คงอยากทำทุกวิธีทางเพื่อยื้อชีวิตนั้น

เมื่อมาอ่านเรื่องนี้แล้ว...

ถ้าแม่ หรือ พ่อ เราเป็นอะไรไป และเกิดสถาณการณ์แบบนี้จริงๆ เราจะถามว่า "แม่อยากให้หนูทำยังไง?"

ถามเปอร์เซ็นต์ความเป็นไปได้กับหมอ ปรึกษากับน้อง

ชีวิตน่ะ เมื่อถึงคราจะไปมันยื้อยังไงก็ยื้อไม่ได้ เพราะเส้นบางๆที่เชื่อมต่อกับโลกมันจะขาดแล้ว

จริงไหม?

(ปล.ยางเหยียดไปหน่อย ขอโทษค่ะ )

#5 By kuwa[R]i... on 2009-06-16 08:10

เป็นหน้าที่ของหมอมังครับ ที่ต้องช่วยคนไข้ไว้ให้ได้
แล้วแต่กรณีไปนะ ผมว่า

อย่างเมืองนอกมะก่อนเขาก็มีเรื่องราวเกี่ยวกับหมด ที่ทำให้คนไข้จากไปอย่างสงบ เพราะไม่อยากให้ทุกข์ทรมานอยู่กับโรค แต่ก็มีคนขึ้นมาต่อต้านว่า หมอเป็นฆาตกรอีกหล่ะ ทั้งๆที่คนไข้ขอให้ทำเองแท้ๆ

เรื่องแบบนี้พูดยากเน๊อะ

#6 By 'ฟาย..ฟลาย on 2009-06-16 08:18

อ่านแล้วแอบอิน น้ำตาซึมเลยคะ Hot!

#8 By =Hatsu= on 2009-06-16 13:19

แอบไปร้องไห้ หงิงๆๆ

Hot! Hot! Hot!

#9 By i-am-ma-i on 2009-06-16 13:34

ฮึกๆ.................คิดถึงปะป๋า.................
เนื้อเรื่องตรงบางส่วน ฮึกๆ

#10 By PoY on 2009-06-16 13:55

มันกระแทกความรู้สึกตั้งแต่ภาพแรกเลยค่ะ แอบนึกถึงอดีต ไปไม่เคยทันดูใจใครสักที ได้แต่นั่งเศร้าตอนที่เขาจากเราไปแล้วทุกที (อิจฉาคนในเรื่อง อย่างน้อยก็ยังได้อยู่ใกล้ๆ ในวาระสุดท้าย)

ไม่รู้จะเมนต์ยังไง เพราะนี่ก็เป็นเรื่องที่ตัดสินใจได้ยาก ใจนึงเราก็อยากให้เขาอยู่ แต่ถ้าอยู่แล้วต้องทรมานการปล่อยให้เขาไปสบายอาจจะดีกว่า sad smile

#11 By aleceae on 2009-06-16 14:09

ตอนคุณย่า จะสิ้นลม ก็ปั้มหัวใจ พอดีย่าก็แก่แล้ว ปั๊มหัวใจที ไม่รู้ว่ากระดูกจะหักไหม จนสุดท้ายพ่อไปบอกหมอว่า ไม่ปั้มแล้ว จากนั้นก็ไปลาก่อนจะเอาเครื่องช่วยหายใจออก หลานๆเต็มเลย 17คน (ลูกคนจีนนี่นะ)
พออ่านปุ๊บก็เลยนึกถึงเรื่องตัวเอง แต่นั่นก็นานมากแล้วนะ สมัย ม.1 มั้ง

แล้วก็ชอบมากเลย ที่น้องวาดเรื่องนี้น่ะคะconfused smile confused smile Hot! Hot!

#12 By SMILO_The Character Group on 2009-06-16 14:39

โอย... เศร้าจังเลยค่ะ Hot!

#13 By มน มน on 2009-06-16 14:48

เกิดแบบนี้ขึ้นมาเราก็ทำอะไรไม่ถูกเหมือนกันนะ

แต่ว่าอ่านแล้วแบบ ชีวิตจริงเลยอ่ะ
ชอบค่ะชอบบ
บอกได้คำเดียวว่าอ่านแล้วมันแบบ
จี๊ดดดมากกกก
อินกับเรื่องราวมากๆเลยค่ะ

ขอแปะ....Hot! Hot!

#15 By Shakure[シャクレ] on 2009-06-16 15:31

ถึงจะไม่เคยเจอกับเหตุการณ์แบบนี้ แต่ก็รู้สึกถึงมันได้
เศร้า... . เป็นอะไรที่เจ็บปวด และเดียวดายมาก
เพราะมันเป็นครั้งสุดท้ายจริงๆของชีวิต
แต่สิ่งที่เห็นอยู่รอบกายกลับไม่ใช่คนที่เรารัก. ...

เรื่องแบบนี้การตัดสินใจที่จะช่วยหรือไม่
มันไม่มีคำว่าเลือกถูกหรือผิดจริงๆค่ะ

แต่ในยามที่คนเราอ่อนแอสุดๆแล้วนั้น
สิ่งที่ต้องการที่สุดไม่ใช่อะไรอื่นเลย
นอกจากกำลังใจ และความรัก
จากคนที่เรารักที่สุด. . ...

ฮืออ ออออ เศร้าแล้วจากไปรดน้ำ. ..

#16 By ✿NOoK-U✿ on 2009-06-16 15:43

ชื่อเอนทรี่น่ากลัวมาก~ อ่านแล้วน้ำตาจะไหลเลย ซึ้งมากๆเลย อินไปกะเค้าด้วยจนได้สิน่าT^T

ว่าแล้วก็รดน้ำต้นไม่ให้1ทีค่ะbig smile Hot! Hot! Hot!

#17 By Christmas Tofu on 2009-06-16 17:59

อ่านแล้วรู้สึกใจหายยังไงไม่รู้ค่ะ..

จะว่าไป..ก็ไม่เคยคิดถึงจุดนี้เลย

เวลาสุดท้ายของชีวิต กลับไม่ได้อยู่กับคนที่รัก.. น่าเก็บเอาไปคิด

พูดไม่ออก ขอแปะดาวแล้วกันค่ะ Hot!

#18 By zenzen on 2009-06-16 18:05

อ่านแล้วขนลุกเลยค่ะ

บางทีเรื่องแบบนี้ก็พูดยากนะคะ
มันไม่ใช่อะไรที่มี 'คำตอบที่ถูกต้อง' รอเราอยู่จริงๆแบบเวลาเราเขียนคำตอบในกระดาษข้อสอบ

แต่ถ้าไม่เจอกับตัว ยังไงก็ตอบไม่ได้อยู่ดีแหละค่ะ
ว่าจริงๆแล้ว ทางไหนคือทางที่เรา ณ ขณะนั้นคิดจะเลือก
อืม~~

แต่เคยคุยกับคุณพ่อคุณแม่เหมือนกันค่ะ
ทั้งสองคนบอกเป็นเสียงเดียวกันว่า
ถ้าเกิดแบบนี้...อย่ายื้อเลยลูก....
แต่ถ้าเป็นตอนนั้นจริงๆ ไม่รู้ยังจะจำประโยคนี้ได้ไหมนะคะ...

Hot! Hot! Hot!

*เปลี่ยนอารมณ์ซักหน่อย*
ดอกไม้หมุนติ้วๆนี่ไม่เท่าไหร่ค่ะ มันเรืองแสงได้ด้วย สุดยอด!!!

#19 By YammY on 2009-06-16 18:46

ถึงจุดนั้นจริงๆ ก็คงคิดหนักเหมือนกัน Hot!

#20 By Boldblade on 2009-06-16 18:57

ขอตายอย่างสงบก็พอ แบบว่าไม่มีไรค้างคาใจแล้วอ่ะ

โฮกกกกกกก

อ่านแล้วซึ้งตามอ่ะจิพี่เรน

แจมอยากให้เค้าไปสบายนะ ไม่ต้องอยู่ทรมานกับโรคร้าย

ถึงเวลานั้นเข้าจริงๆจะทำได้มั๊ย...ซินะ

...Hot!

#21 By ++//byAkURai//++ on 2009-06-16 19:17

ถึงตอนนั้น เราก็คงต้องคิดแล้วคิดอีก แต่สุดท้ายจะเลือกยังไงที่ดีที่สุดสำหรับตัวเราเองยังไม่รู้เลย

Hot! Hot!

#22 By [Davi] on 2009-06-16 19:40

Hot! Hot!

T^T
พออ่านที่เรนจังพิมพ์ รู้สึกเศร้า...
กรณีนี้... ถ้าเป็นไอไออยากให้ญาติมีชีวิตอยู่นะคะ
อย่างน้อย ก็อยากต่อลมหายใจให้ ถึงทางนั้นจะต้องการหรือไม่ก็ตาม

#23 By aine on 2009-06-16 20:01

เราเคยคุยกับคุณแม่ค่ะ ...ว่าถ้าเป็นอะไรขึ้นมาก็อย่ายื้อเราไว้....มาคิดๆดูตอนนี้ มันคงเป็นคำพูดที่ทำร้ายจิตใจแม่ของเรามากค่ะ เพราะคำพูดต่อมาของแม่เรานั้น มันก็ทำให้เราเป็บปวดเหมือนกัน
" ถ้าม๊าเป็นอะไรก็ไม่ต้องยื้อม๊าไว้นะ " แล้วแม่เราก็ยิ้ม...
เราคิดถึงที่บ้านค่ะ ว่าถ้าเราเป็นอะไรขึ้นมาจริงๆ การยื้อไว้ มันรังแต่ทำให้ทรมานทั้ง 2 ฝ่าย เราก็เจ็บ เขาก็ต้องดูเราเจ็บ และยังต้องเสียเงินมากมาย
แต่ถึงแม้การจะบอกกันไว้ก่อนว่าไม่ต้องยื้อ แต่พอถึงเวลาลานั้นจริงๆ ก็ไม่รู้ว่าจะทำยังไงเหมือนกันค่ะsad smile

#24 By *~[rewolf-nus]~* on 2009-06-16 20:23


อ่านแล้วรู้สึกเศร้าจังเลยค่ะ
คิดถึงว่าถ้าเราต้องเจอเหตุการณ์แบบนี้เข้าจริงๆจะทำยังไงดี
อาจจะหมดแรง แล้วล้มลงตรงนั้นเลยก็ได้
ไม่มีอะไรทรมาณมากเท่ากับการสูญเสียอีกแล้ว

#25 By • PARTY PHARMACY • on 2009-06-16 20:45

เรื่องอย่างเศร้าเลยค่ะ....

เป็นเราถ้าช่วยได้ก็อยากช่วย

แต่ว่าถ้ายื้อไม่ไหวแล้วก็ให้ไปบายดีกว่าค่ั ทรมานนะเห็นเขาพูดกัน

พูดยากนะเนี่ย...

#26 By bloommifild on 2009-06-16 21:27

อ่านแล้วเศร้าปนซึ้งนะ เรื่องลักษณะนี้ก็ยังไม่เคยเกิดขึ้นกับตัวเองด้วย

#27 By Natchan on 2009-06-16 21:54

เจออย่างนี้บ่อยครั้ง...

เทคโนโลยียื้อชีวิต (อันนี้ผมเรียกเอง หลายคนไม่ชอบ) ช่วยต่อลมหายใจและการสูบฉีดเลือดเลี้ยงร่างกายผู้ป่วยไปได้อีกสักพัก หากโชคดีผู้ป่วยอาจฟื้นคืนกลับมา (แม้ไม่อาจรับประกันได้ว่าจะเหมือนเดิมทุกประการ) แต่โดยส่วนใหญ่มักลงเอยด้วยการที่หมอเดินออกมาพูดกับคนไข้อย่างอิดโรยว่า "เราได้ทำอย่างดีที่สุดแล้ว..." - ความจริงโหดร้ายกับเราเสมอมา...

ผมนึกเปรียบเทียบเองในใจว่า ระหว่างการมองเห็นภาพหมอกำลังปั๊มหัวใจ ฉีดยาเข้าหลอดเลือด เจาะเลือดที่คอหรือขาหนีบเพื่อส่งตรวจ ตลอดจนการต่อสายระโยงระยางตามร่างกายผู้ป่วยห่างไกลจากตัวเรา กับการที่เราได้นั่งอยู่ใกล้ๆ มองคนที่เราัรักจากไปอย่างมีความสุข อย่างไหนจะดีกว่ากัน ?

ผมยังตอบคำถามนี้ไม่ได้เลย...

Hot!

#28 By รัตนาดิศร on 2009-06-16 23:46

สะท้อนใจค่ะ เกิดมาคนเดียวก็ไปคนเดียวเหมือนกัน
อนิจจังวัตสังขารา สังขารเป็นสิ่งไม่เที่ยง วันนี้เขาตายพรุ่งนี้เราก็ตาย
จะเร็วจะช้า จะทรมานหรือไปดี ภาพที่เห็นตรงหน้าเวลาคนสำคัญจากไปก็ทรมานใจอยู่ดี
Hot! Hot!
อ่านแล้วน้ำตาคลอเลยค่ะ

เมื่อสองเดือนที่แล้วยายมิก็เพิ่งเสียน่ะค่ะ
มิก็เพิ่งเคยเจอกับเหตุการณ์แบบนี้กับตัวเอง เป็นอะไรที่กดดัน+หดหู่+เสียใจถึงที่สุด
หมอออกมาถามว่าจะปล่อยหรือจะยื้อ ถ้ายื้อจะมีโอกาสเพียง 20% แต่แม่มิก็ตัดสินใจยื้อค่ะ..
ช่วงนั้นเป็นวันสงกรานต์พอดี วันที่ครอบครัวมิต้องกลับกรุงเทพหลังจากมาเที่ยวรดน้ำดำหัวยายที่เชียงใหม่
วันนั้นแม่ก็เลยต้องอยู่ที่เชียงใหม่ต่อดูอาการ ส่วนมิกับพ่อจะกลับกรุงเทพไปก่อน

สุดท้าย หมอก็บอกว่าคนไข้ไม่ไหวแล้ว แม่ยอมรับและตัดสินใจบอกให้หมออย่าเพิ่งถอดท่อออกซิเจนออกจนกว่าจะถึงบ้านยาย เพื่อให้ท่านได้จากไปที่บ้านของตัวเอง ท่ามกลางบรรดาญาติพี่น้อง ในที่สุดท่านก็จากไปอย่างสงบค่ะ...

ทุกวันนี้แม่ยังทำใจไม่ได้เลย

#30 By Prajzis on 2009-06-17 01:38

เคยเจอเหตุการณ์แบบนี้จริงๆค่ะ

คุณตาเป็นมะเร็งเสียไปเมื่อหลายปีก่อน
ตอนแรกทุกคนอยากให้ช่วยยื้อ

แต่มีคุณแม่ของเราเพียงคนเดียวบอกว่า ปล่อยให้คุณตาท่านไปสบายจะดีกว่า
ดีกว่ารั้งคนเจ็บให้มีชีวิตไว้ ทั้งที่ทรมาน และไม่รู้ว่าจะสิ้นสุดเมื่อไหร่


สุดท้ายแล้ว
คุณตาท่านก็ค่อยๆหมดลมหายใจบนเตียงในโรงพยาบาล
ท่ามกลางลูกและหลานที่คอยกุมมือและยิ้มส่งค่ะ


/แต่หลังจากนั้นเราร้องไห้เป็นเผาเต่าเลย เหอๆๆๆsad smile

#31 By NaT★MASSU on 2009-06-17 01:45

Hot!

#32 By Thep-aksorn : The Aria Auditor on 2009-06-17 02:36

มันเป็นเรื่องของความรู้สึกอยากอยู่ร่วมกัน กับความรู้สึกต้องการละทิ้งน่ะครับ
ปัญหาเรื้อรังของคนทั้งโลกเลยล่ะ

แม้จะเป็นคนกับสัตว์เลี้ยง กรณีแบบนี้ก็มีให้เห็นเยอะพอๆ กับกรณีของผู้ป่วยสูงอายุเลยล่ะครับ

มันเป็นเรื่องของความรู้สึกอยากจะอยู่ร่วมกันต่อ มีความสุขร่วมกันอีก
แต่ขณะหนึ่ง จิตใจก็รู้ตัวดีว่าต่อให้รอดก็อยู่ในสภาพกึ่งๆ คนตายทั้งเป็นหรืออาจจะเกิดเป็นอาการนิทราไปเลยก็ได้

แล้วยิ่งถ้าเกิดเป็นอาการนิทราตลอดชีวิต คงเกิดความคิดขึ้นว่า 'ทำไมไม่ปล่อยไปตั้งแต่แรกนะ' แน่ๆ ล่ะครับ

ถ้าบอกว่าเป็นเรื่องจิตวิทยาทางด้านอารมณ์และความรู้สึกก็คงไม่เชิง

เป็นทางเลือกที่เลือกได้ลำบาก แต่ก็จำเป็นต้องตัดสินใจเลือกซักทางล่ะนะครับ...

#33 By ★ 【 N 】 on 2009-06-17 07:28

เป็นเรื่องที่ชวนให้คิดอีกเรื่องค่ะ....

ประสบการณ์ตรงของเรา ก่อนคุณย่าเสียต้องพยุงชีวิตไว้ด้วยเครื่องช่วยหายใจค่ะ พ่อๆ แม่ๆ รวมตัวกันแล้วถึงลงความเห็นว่าไม่อยากยื้อท่านให้ทรมานไปมากกว่านี้ แล้วก็จับมือจับเท้าท่านไว้ก่อนที่ท่านจะเสียไป...

เรื่องแบบนี้ใกล้ตัวเรากว่าที่คิดเนอะ Hot!

#34 By draco on 2009-06-17 08:27

ขอบคุณที่นำเสนอเรื่องกระแทกใจนี้นะคะ

เป็นประเด็นที่ต้องเก็บไปคิดเองในใจbig smile

Hot! Hot! Hot!

#35 By Variety-Phet on 2009-06-17 11:10

อ่านแล้วคิดถึงยาย

บางทีการที่ผู้ป่วยได้จาก โดยที่ภาพที่ได้เห็นในวาระสุดท้ายคือใบหน้าของครอบครัวและคนที่รัก แบบนั้นอาจจะดีกว่าก็ได้

เสียยายไปปีที่แล้ว อดคิดถึงตอนนั้นไม่ได้ รู้สึกดีที่อย่างน้อยก็ได้กุมมือยายจนยายจากไป
Hot!

#36 By Evan Yzac -- The Crow on 2009-06-17 13:12

แทบจะร้องไห้... Hot!

#37 By Maew : แหมว on 2009-06-17 14:25

เหมือนจริงมากๆครับ Hot!

อย่างน้อยก็ยังดีกว่าการุณย์ฆาตนะนี่...

#38 By on 2009-06-17 14:31

T_T

#39 By koyubi on 2009-06-17 15:01

แอบแซดมากๆๆ

รันทดๆๆ Hot!

#40 By mini-teddy on 2009-06-17 16:10

เป็นคำตอบที่ตอบยากครับ ยากมากจริงๆ

#41 By เม็ดบ๊วย on 2009-06-17 16:56

เรื่องอย่างนี้มันก็ขึ้นอยู่กับแต่ละคนล่ะนะ
บางคนเห็นว่าการยื้อไว้ก็เป็นการทรมาน
แต่บางครั้งก็อยากจะให้เขาอยู่กับเราให้นานที่สุด

#42 By ~memay~ on 2009-06-17 17:06

อืมมมมมมมมมมมมมมมมม อ่านแล้วยิ่งหดหู่
แวะเข้าไปตอบปีโป้ดีกว่า big smile

#43 By C-C on 2009-06-17 17:59

Hot! Hot! Hot!

เศร้าค่ะ
คิดไปคิดมา..มันก้จริง

แล้วก้รู้สึกเห็นใจอาชีพหมอ พยาบาล อะไรพวกนี้ด้วยนะคะ ที่เค้าทำอย่างเต็มความสามารถ...ช่วยชีวิตใครก็ไม่รู้ ตัวเองก็ไม่รู้จัก รู้แต่ว่าต้องทำให้ดีที่สุดจริงๆ

ตอนมาก็มาคนเดียว .. การตายคนเดียวอาจจะดูยุติธรรมสำหรับคนบนโลกนี้ก็ได้นะ
(รึเปล่าหว่า?)

#44 By HeDw!g on 2009-06-17 18:29

Hot!

#45 By m★nstress ™ on 2009-06-17 19:30

อ่านแล้วน้ำตาไหลอย่างห้ามไม่ได้
...แต่บางครั้งเราก็อยากให้เขาอยู่ต่อนะค่ะ..
Hot!

มันเป็นเรื่องที่พูดยากจังค่ะ
ก็คงแล้วแต่คนไข้กับญาติจะเลือกล่ะนะ
อ่านแล้วนึกถึงประสบการณ์ตัวเอง ที่มีอีกทางเลือกหนึ่งนอกจาก 2 ตัวนี้

คุณย่าเราเป็นอัมพาตทั้งตัวมานานแล้ว นอนห้อง ICU มานานกี่ปีก็จำไม่ได้ ต้องใช้เครื่องช่วยหายใจแทบตลอดเวลา สารพัดเครื่องมือกับอุปกรณ์ช่วยชีวิตระโยงรยางค์เต็มเตียง จนเราก็ไม่หวังจะให้หายกลับมาเป็นปกติแล้ว ขอให้อาการไม่แย่ไปกว่านี้ก็พอ
ก็มีคนหลายคนบอกว่า ปล่อยให้คุณย่าไปสบายเสียที

แต่คุณพ่อของเรา เป็นหมอที่คอยรักษาคุณย่า (ก็คือเป็นคุณแม่ของคุณพ่อนี่แหละ) มาตั้งแต่แรกจนปัจจุบันไม่ทำแบบนั้น คุณพ่อบอกว่า “จะปล่อยโดยไม่ทำอะไรเลยได้ยังไง”
กิจวัตรประจำวันของคุณพ่อคือ ทุกค่ำคุณพ่อจะไปหาคุณย่า เช็คอุปกรณ์รอบเตียง ถามอาการกับพยาบาลที่คอยดูแล คอยจัดหมอน ผ้าห่ม ให้คุณย่าได้นอนสบาย ๆ และถ้าใบหน้าของคุณย่าเลอะด้วยขี้ตาหรือน้ำลาย คุณพ่อจะรีบไปเอาผ้าชุบน้ำมาเช็ดให้ เป็นภาพที่เราประทับใจมาก ๆ

นี่เป็นทางเลือกที่ 3 ที่เราสามารถใช้เครื่องมือยื้อชีวิตมากมายแต่ก็สามารถอยู่กับคนที่เรารักได้ตลอด คือ เราต้องเป็นแพทย์คอยดูแลคนผู้นั้นด้วยตัวเอง ควบมันทั้ง 2 ตัวเลือก

ฟังดูเห็นแก่ตัวแฮะ แต่นี่เป็นหนึ่งในเหตุผลไม่กี่ข้อที่ทำให้เรายอมเรียนหมอทั้ง ๆ ที่ไม่ค่อยแฮปปี้กับการเรียน เพราะว่าเราต้องการดูแลคุณพ่อ คุณแม่ ญาติผู้ใหญ่ และคนที่เรารัก โดยเราก็สามารถอยู่ข้างพวกเขาได้เท่าที่ต้องการ


พล่ามยาวกว่าพี่อีกมั้งเนี่ย
เป็นบทความที่ให้ข้อคิดดีมากเลยค่ะ Hot!

#48 By accel on 2009-06-17 20:56

อ่านแล้วน้ำตาไหลเลยล่ะค่ะ
คิดถึงตอนยายเสียชีวิต แต่ตอนนั้นท่านเสียที่บ้าน
ดีที่มีคนที่ท่านรักอยู่ข้างๆมากมาย แต่ท่านกลับจำใครไม่ได้แล้ว
อ่า *ซึม*

#49 By z e e n i n e ✖✖ on 2009-06-17 21:01

ซึ้ง ดี ^^

#50 By backspace-ep on 2009-06-17 21:10

Favourites