~เขาตายเพียงลำพัง~
posted on 16 Jun 2009 01:12 by rainy-day in Toon
หมายเหตุ - เรื่องต่อไปนี้เป็นเรื่องที่แต่งขึ้น ไม่เกี่ยวกับบุคคล สถานที่ หรือเหตุการณ์จริงแต่ประการใดค่ะ ^_^~
.......
....
.....
...............
........
....
.........
......
"....."
"....ช่วย...."
..............
........
....
"หมอคะ..คนไข้ BP dropค่ะ!!" (BP drop = ความดันเลือดลดลงต่ำมาก)
"เลือดออกไม่หยุดเลยด้วยค่ะ!"
........
....
......
.....
...ผ้าม่านที่กั้นระหว่างพวกเรากับคุณพ่อ
...
....
เครื่องมือหน้าตาประหลาดแผดเสียงร้องบาดหู แล้วเงียบลงเพียงชั่วคราว...
...จากนั้นก็ส่งเสียงขึ้นมาใหม่ซ้ำแล้วซ้ำเล่า....
ในวงล้อมของคนไม่รู้จักที่ห้อมล้อมรอบเตียง...
และเครื่องมือทางการแพทย์ที่ถูกนำมาใช้อย่างเต็มที่
"....."
....ม่านบางๆผืนนั้นกั้นพวกเรากับคุณพ่อจากกันในวาระสุดท้าย....
....ท่ามกลางผู้คนมากมาย...
อา...
นังเรนนี่ไม่ได้จิตตกมาจากไหนค่ะ
แค่นึกถึงหนังสือเล่มนึงที่เคยอ่าน ชื่อหนังสือ
"How we die - เราตายอย่างไร"
มีอยู่บทหนึ่ง พูดถึงเรื่องการพยายามยื้อชีวิตผู้ป่วยของทีมรักษาด้วยการพยายามใช้เครื่องไม้เครื่องมือต่างๆมากมาย รวมถึงการ "ปั๊มหัวใจ" (cardiopulmonary resuscitation ; CPR)
ซึ่งผู้ป่วยระยะสุดท้ายหลายราย การปั๊มหัวใจดังกล่าวอาจช่วยให้หัวใจกลับมาสูบฉีดเลือดได้อีกครั้ง แต่ก็ต้องทรมานจากวิธีดังกล่าวด้วย บางครั้งก็ซี่โครงหักกระอักเลือด(อันนี้พูดจริง) มีรอยช้ำเป็นจ้ำเลือดที่หน้าอก ญาติเห็นเข้าก็อาจจะรับไม่ได้ ไม่อยากเห็นคนที่รักต้องทรมาน หลังจากหัวใจกลับมาทำงาน แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าหายจากโรคที่เป็น ยังคงต้องทนทุกข์(หรือบางทีอาจจะไม่ได้สติ ไม่รับรู้อะไรอีกแล้ว)ต่อไป
และในบางราย ก็ไม่สามารถยื้อชีวิตไว้ได้ด้วยวิธีนี้
ซึ่งต้องคุยกับญาติผู้ป่วยดีๆ ญาติบางคนอาจจะเลือกวิธีไม่ต้องปั๊มหัวใจ แต่รักษาด้วยยาอย่างเต็มที่เท่าที่จะทำได้ (ซึ่งเรียกกันทั่วไปว่า full med , NR (มาจาก non-resuscitation) )
หรือบางทีอาจจะเลือกกลับไปเสียชีวิตที่บ้าน
จากไปอย่างสงบท่ามกลางลูกหลานและผู้คนอันเป็นที่รัก...
บางคนก็บอกว่า...มันเป็นเรื่องของการ
"ตายอย่างมีศักดิ์ศรี"
ในส่วนนี้ไม่สามารถบอกได้ค่ะ ว่าทำแบบไหนดีที่สุด เพราะ ศักดิ์ศรีที่ว่าก็ไม่ได้มีความหมายเหมือนกันในแต่ละคน
แต่แค่สะกิดใจกับข้อความในหนังสือเล่มนั้น
ที่เล่าเกี่ยวกับ ผู้ป่วยซึ่งได้รับการดูแลอย่างเต็มที่จากทีมรักษา
พยายามสุดชีวิตที่จะต่อลมหายใจให้ได้อย่างน้อยอีกสักวินาที
ที่ตรงนั้นมีอุปกรณ์ทันสมัยทุกอย่าง มีแพทย์ที่เชี่ยวชาญ มีพยาบาลฝีมือดี
มีทั้งหมด...ยกเว้นญาติพี่น้องและคนที่ผู้ป่วยรัก
ตราบจนกระทั่งลมหายใจสุดท้ายหลุดลอยหายไป ร่างบนเตียงที่ทุกคนไปรุมล้อมนั้น
ก็ไม่ได้ถูกมองว่าเป็น "สิ่งมีชีวิต" อีกแล้ว
ทุกคนเก็บอุปกรณ์ข้าวของ...
บันทึกยาที่ได้ใช้ไป ขานเวลาเสียชีวิต เตรียมแจ้งญาติให้ทราบ
ไม่มีคำบอกลา...ไม่มีมือที่คอยกุมเอาไว้
แม้จะมีผู้คนอยู่รายล้อมมากมาย...
แต่เขาได้จากไปแล้ว
จากไปอย่างเดียวดาย
ท่ามกลางผู้คนที่ไม่รู้จักกัน
พล่ามซะยาวเลย...ซีดดดดด
แค่อยากนำเสนออีกมุมมองค่ะ ทั้งหมดที่เล่ามาเป็นแค่ความเห็นส่วนตัวนะคะ เคยคุยกับเพื่อนเหมือนกัน แต่คุยไปคุยมาก็สรุปว่าไม่มีอะไรถูกหรือผิดทั้งนั้น มันเป็น "ทางเลือก" มากกว่า
แต่ก็คิดนะคะ ว่าถ้าเผื่อว่ามีเหตุการณ์อย่างนั้นเกิดขึ้นในชีวิตจริงๆจะทำยังไงดี บางทีก็คิดว่าอยากจะ "สู้" ให้ถึงที่สุด แต่บางทีก็คิดว่าอยากให้ได้เขาได้จากไปอย่างสบายท่ามกลางคนที่รัก
....อา....พูดยากนิ.... -_-''
มีความเห็นอย่างไรเกี่ยวกับเรื่องเหล่านี้ ทิ้งข้อความเล่าให้ฟังเอาไว้จะดีใจมากเลยค่ะ ^_^~
แล้วพบกันเอ็นทรี่หน้าเน้อ
ปล.ย้ำอีกครั้งว่าเป็นแค่เรื่องแต่ง ความคิดเห็น และประสบการณ์ส่วนตัวเท่านั้นค่ะ แล้วก็ไม่ได้หมายความว่าเราเห็นด้วยหรือไม่เห็นด้วยกับเนื้อหาข้างบนนั้นนะคะ^_^~
ปล.2 ไม่น่าเชื่อว่าบล็อกนังเรนนี่จะมีเรื่องจริงจังแบบนี้อยู่ด้วย
ปล.3 ได้เล่าแล้วสบายใจ แฮ่ๆ จากนี้คงจะอัพบล็อกแบบสั้นๆจนกว่าจะสอบเสร็จวันศุกร์นี้ค่ะ
ปล.4 ดอกไม้หมุนติ้วๆๆๆ สุดยอดไปเล้ย!
ปล.5 ถ้าว่างรบกวนตอบคำถามที่เอ็นทรี่นี้นิดนึงค่ะ แฮ่ๆ >>ชอบกินปีโป้สีอะไรที่สุดคะ<< แล้วเดี๋ยวจะมาสรุปทีหลังเน้อ~










กุ๊ดจี่ Digital High Quality
เป็นสีฯ...สีฯก็ตอบไม่ถูกเหมือนกันค่ะ
ถ้าต้องเจอทางเลือกอย่างนี้ ถ้าคนป่วยยังเลือกได้สีฯก็คงให้เขาตัดสินใจว่าอยากจะให้ช่วยรึเปล่า
แต่ถ้าให้ญาติต้องเป็นฝ่ายเลือก สีฯก็คงเลือกให้ช่วย(ในกรณีที่ต้องปั๊มหัวใจฉุกเฉินน่ะนะ) เพราะไม่อย่างนั้นก็คงต้องมีความคิดติดหัวไปทั้งชีวิตว่าจริงๆแล้วเราอาจจะช่วยเขาได้ก็ได้
สำหรับสีฯ การตัดสินใจผิดพลาดอย่างน้อยเราก็ยังได้รู้นะว่าสิ่งที่เราเลือกมันผิด
แต่ถ้าเราตัดสินใจไม่เลือก เราก็ต้องเจอกับความสงสัยไปทั้งชีวิตว่าจริงๆแล้วเรายังทำอะไรได้มากกว่านี้รึเปล่า
ฟังดูเป็นคำตอบที่เห็นแก่ตัวเหมือนกัน แต่เราก็เป็นคนที่ต้องมีชีวิตอยู่ต่อไปน่ะนะ
#1 By *Zeda : สีดามาหานะเธอ on 2009-06-16 02:04