~How to CG - ทีละสเต็ป(2) : ว่าด้วยการลงสี~
posted on 27 Jun 2009 14:40 by rainy-day in Art
คำเตือน
เอ็นทรี่นี้ยาวมากค่ะ ยาวนรกแตก + ภาพเยอะด้วย(แต่ไม่อยากแบ่งย่อยหลายเอ็นทรี่ค่ะ เดี๋ยวไม่ต่อเนื่อง)
พิมพ์ผิดพลาดอะไรตรงไหน หรือเรียงภาพผิดอะไรเดี๋ยวกลับมาแก้นะคะ (แอบเห็นว่าใช้ IEเปิดแล้วเละมาก)
สวัสดีค่ะ ^_^~
(นังเรนนี่แอบกลัวคุณพระอาทิตย์จูนไรท์ล่ะค่ะ..ฮา)
How to CG ฉบับเรนนี่ๆ(?) ภาคสองที่งี่เง่าไม่แพ้ภาคแรกตามมาติดๆ
เช่นเคย...ไม่ได้มาสอน แต่มาแชร์ประสบการณ์กันนะคะ ^_^~
อันนี้เป็นภาคแรก พูดถึงเรื่องเส้นและการปรับเส้นค่ะ
~How to CG - ทีละสเต็ป(1) : ว่าด้วยเส้น~
ทีนี้เราจะมาเริ่มลงสีจริงๆกันซะที
โปรแกรมที่ใช้คือ SAI + Photoshop เจ้าเก่า
แปะรูปตัวอย่างก่อน จุดหมายปลายทางสุดท้ายของเราคืออันนี้ค่ะ
ว่าด้วยการลงสี
หลังจากเราปรับเส้นใน photoshop จนสาแก่ใจแล้ว ก็เอามาเปิดใน SAI เพื่อจะลงสีค่ะ ^_^~ ทบทวนที่ขั้นตอนการลงสีคร่าวๆก่อนนะคะ สเต็ปของนังเรนนี่จะวนไปวนมาประมาณนี้นี่เอง
- เลือกสีคร่าวๆ วางแผนไว้ก่อนก็ดีค่ะ แต่ก็มักผิดแผนบ่อย ฮา
- ลงสีพื้น
- ลงเงา
- ลงแสง
- เก็บรายละเอียด โน่น นี่ นั่น
พูดถึง SAI การใช้งานคล้ายกับ photoshop
แต่ในส่วนของบรัชนั้นในความเห็นส่วนตัวรู้สึกว่าปาดเนียนแล้วก็เกลี่ยง่ายดี ซึ่งท่านที่ใช้ photoshop คล่องแล้วก็คิดว่าปรับลักษณะบรัชในช็อปให้ออกมาได้สวยไม่แพ้กันเลย (แต่แน่นอนว่านังเรนนี่ทำไม่ได้ จึงถูกใจ SAI เป็นพิเศษ...ฮา)
ก่อนอื่นมารู้จัก brush ใน SAI กันอย่างคร่าวๆก่อนนะคะ เพราะนังเรนนี่ใช้เครื่องมืออันนี้ในการลงสีส่วนใหญ่
พอเราคลิ๊กเลือกเครื่องมือ brush ปุ๊บ ก็จะมีเจ้าพวกนี้ขึ้นมาให้สลอนเลยค่ะ
ส่วนที่ทำไฮไลท์ไว้เป็นส่วนที่เราปรับบ่อยๆค่ะ ส่วนอันอื่นที่ไม่ได้ระบุเราไม่ค่อยได้ใช้ (แต่ลองไปเล่นดูก็สนุกดีนะคะ)
ทีนี้เจ้าแถบที่ไฮไลท์สีฟ้า ที่บอกว่า “ปรับลักษณะของ brush” คิดว่าเป็นส่วนที่น่าสนใจ แล้วก็รู้ไว้คร่าวๆน่าจะช่วยให้ลงสีได้อย่างใจมากขึ้น (แต่นังเรนนี่ก็ยังคงมึนๆกับพวกนี้เหมือนกันค่ะ เพราะงั้นเอาจากประสบการณ์ละกันนะคะ ใช้อ้างอิงอะไรไม่ได้ทั้งสิ้น)
*Color blending
เป็นการตั้งค่าว่าจะให้สีสองสี(หรือมากกว่า) กลืนกันไปแค่ไหนค่ะ ยิ่งค่ามากสีก็จะกลืนกันไปมาก เปรียบเทียบที่ค่า color blending ต่างกัน โดยใช้สีสองสีเหมือนกัน(คือม่วงและส้ม) โดยที่การตั้งค่าอื่นๆเหมือนกัน
*Opacity mix
ตั้งค่าระดับความโปร่งของ brush ในการปาดสีแต่ละครั้งจะโปร่งมากโปร่งน้อยแค่ไหน
ยิ่งค่ามากสีก็จะยิ่งโปร่งๆ เปรียบเทียบดู ทั้งสองส่วนใช้บรัชอันเดียวกัน สีเดียวกัน แต่ค่า opacity mix ต่างกันค่ะ
*Color spread
อันนี้แปะภาพเปรียบเทียบก่อนนะคะ
ทั้งสองภาพเกิดจาก
1.) ปาดสีม่วงไว้ก่อน 1 ครั้ง2.) ปาดสีส้มโดยจุดที่เริ่มปาดเป็นบริเวณใกล้ๆกับสีม่วงเดิม(แต่ไม่ได้แตะกัน) แล้วลากมาทับสีม่วงในตอนแรก
จะเห็นว่าที่ค่า color spread ต่ำๆ สีส้มจะยังคงสีของตัวเองไว้ได้มากกว่าค่ะ ส่วนที่ค่าสูงๆ จะโดนสีม่วงซึ่งอยู่ใกล้เคียงกลืนไปมากกว่า ประมาณนั้นค่ะ อาจจะอธิบายมึนๆ แต่เหนือสิ่งอื่นใด ต้องไปลองปรับเล่นดูเนาะ
จบเรื่อง brush คร่าวๆ ทีนี้มาเข้าเรื่องการลงสีกันเน้อ
พอเปิดลายเส้นมาใน SAI แล้ว ก็จัดการตั้ง mode ของลายเส้นที่เราเอาเข้ามาให้เป็น multiply เพราะภาพนี้จะใช้วิธีลงสีแบบให้เส้นอยู่บนสุดค่ะ ส่วนเลเยอร์ที่ลงสีจะซ้อนๆกันอยู่ข้างล่าง
ในที่นี้สร้างเลเยอร์ที่จะกำหนดสีแบ๊กกราวด์คร่าวๆขึ้นมาก่อนค่ะ (คือเจ้าอันที่ตั้งชื่อว่า bg-color1 ในภาพข้างบนนั่นเอง)
คร่าวๆว่าจะให้ออกมาเป็นต้นไม้ ท้องฟ้า และพื้นหญ้า
ซึ่งว่ากันในทางปฏิบัติแล้ว นังเรนนี่เลือกสีไม่ค่อยเป็น เพราะงั้นพอมีสีแบ๊กกราวด์ไกด์ไว้สักหน่อย จะได้เลือกสีของตัวละครได้ง่ายขึ้นว่าเหมาะรึยัง (แต่ถึงเวลาจริงๆก็ทำไม่ค่อยจะได้...ฮา)
จากนั้นจะเริ่มลง “สีพื้น” ของตัวละครกันนะคะ ยังไม่ต้องลงน้ำหนักอะไรทั้งนั้น สีพื้นเรียบๆโลด!
โดยที่เราถนัดจะชอบลงสีผิวก่อน ก็สร้างเลเยอร์ใหม่ขึ้นมา ตั้งชื่อให้เรียบร้อย
ความโชคดีส่วนหนึ่งของภาพนี้ แม้จะมีตัวละครเยอะ แต่สังเกตว่าส่วนที่ต้องเป็น “ผิว” ของทุกคน ไม่ต่อกันเลย เพราะงั้นก็จะลงสีพื้นของผิวทุกคนโดยจับยัดไว้ในเลเยอร์เดียวเพื่อไม่ให้คอมเหนื่อย ในขณะที่เวลาจะปรับสีก็ยังสามารถเลือก selection ทีละส่วนของตัวละครแต่ละตัวได้ง่ายค่ะ
ว่าแล้วก็จัดการเลย ยังไม่ต้องกังวลเรื่องแสงเงา ขั้นตอนนี้เราจะลงแค่สีพื้นไปก่อน
(เพิ่งรู้ตัวว่าแคปภาพตรงโกคุมาเยอะกว่าคนอื่น ไม่รู้ตัวจริงๆค่ะ มือมันไปเอ๊งงงง)
ระหว่างที่ลงสีของแต่ละคนก็คำนึงถึงสีผิวของตัวละครด้วยค่ะ ว่าคนไหนผิวขาวผิวดำ ก็ลองเลือกดู แต่ไม่ต้องเครียดจนเกินไปค่ะ ลงพลาดเข้มไปอ่อนไป เรายังสามารถปรับภาพได้ตลอดการทำงาน (นี่ละเนอะข้อดีของการลงสีคอม)
สังเกตว่าสีผิวของคุณแรมโบ้ กับยามาโมโตะคุงก็คนละสีกันเนอะ
อย่างเช่นภาพนี้ค่ะ
เพราะงั้นผิวคุณแรมโบ้ที่เกินมาก็ไม่ต้องไปเสียเวลาลบมัน ปล่อยเอาไว้อย่างนั้นเอง(แต่บางทีด้วยความเคยชินก็เผลอจัดการขอบซะเรียบร้อย..เอิ๊ก...ก็ดี)
ลงสีพื้นของผิวเสร็จเรียบร้อยก็ออกมาเป็นประมาณนี้
หลังจากนั้นมาต่อกันที่สีพื้นของผม เช่นเดียวกับผิว โชคดีที่ไม่มีส่วนที่เชื่อมต่อกันระหว่างผมของแต่ละคน เพราะงั้นก็จะใช้เลเยอร์เดียวเหมือนกัน
สร้างเลเยอร์ใหม่ โหมดยังคงเป็น normal ตั้งชื่อให้เรียบร้อย แล้วก็ลงมือโลดค่ะ สีที่เลือกใช้ก็จะเป็นสีกลางๆสำหรับผมของแต่ละคน
(เริ่มจากก๊กคุงก่อนอีกแล้ว เดาว่าเพราะอยู่คนแรกทางซ้ายมือค่ะ ไม่ได้ลำเอียงเลยจริงจริ๊ง)
ในการลงสีตรงส่วนนี้ เราถนัดแบบเอาบรัชปาดๆไปก่อน แล้วค่อยตามเก็บขอบทีหลัง เลือกใช้ยางลบโดยตั้งค่า หัวคมสุด แล้วก็ min size เป็น 0% (แบบรูปข้างล่าง) ก็จะเก็บรายละเอียดตรงซอกมุมได้สะดวกดีล่ะ
แต่อันนี้ก็แล้วแต่ความถนัดและความเหมาะสมของพื้นที่ที่จะลงสีนะคะ อย่างบางที่ถ้าเส้นครบวงดี เป็นพื้นที่ปิดก็อาจจะใช้ magic wand สร้าง selection แล้วเทสีมันไปเลย
หรือจะสร้าง selection ขึ้นมาเองในลักษณะเหมือนการปาดสี แล้วค่อยเทสีก็สะดวกดี
ซึ่ง SAI ก็มีให้ทำได้ง่ายๆ โดยเลือกเครื่องมือ selection แล้วก็ลงมือปาดๆๆได้เลย
สังเกตว่าปรับค่าของหัวปากกาที่ใช้ปาดได้คล้ายๆ พวก pen เลยด้วยล่ะค่ะ
หลังจากนั้นก็คลิกที่เครื่องมือ marquee หรือ lasso ข้างบน ก็จะได้ selection มาใช้งาน
พอลงสีพื้นของผมเสร็จแล้วก็ออกมาประมาณนี้
ในส่วนของสีพื้นของเสื้อผ้าก็ใช้วิธีเดียวกัน แต่อันนี้อาจจะต้องแยกเลเยอร์บ้างเพราะมีหลายคนมากแล้วก็มีส่วนที่ติดกันเยอะ เพื่อให้สามารถลงสีขั้นต่อไปง่ายๆแล้วก็ปรับสีสะดวก ไม่มึน
พอเบ็ดเสร็จออกมาแล้วได้ 4 เลเยอร์ค่ะ ตามภาพข้างล่างเลย(แต่ลืมแคปมาอันนึง แฮ่ๆ)
จะสังเกตว่าในแต่ละเลเยอร์ไม่มีส่วนของเสื้อผ้าที่ติดกันเลย เพราะว่าเวลาลงสีต่อๆไปจะไม่ได้เผลอเอาเสื้อผ้าส่วนที่ติดกันมาปนกันมั่ว
เสร็จแล้วกดดูทุกเลเยอร์พร้อมกัน ออกมาเป็นแบบนี้ค่ะ
ลงสีพื้นเสร็จแล้ว ขั้นต่อไปก็
ลงเงากันเถอะ
ก่อนจะเริ่มปาดสีอะไรลงไป ก่อนอื่นลองมองทั้งภาพ แล้วนึกก่อนว่าแสงเข้ามาจากทางไหนของภาพ
อย่างภาพนี้หนุ่มๆนั่งเล่นกันใต้ต้นไม้ แสงก็น่าจะส่องมาจากทางด้านหลังซึ่งเป็นท้องฟ้า
เวลาลงเงาจะได้เตือนตัวเองไว้เสมอว่าลงให้เหมาะกับทิศทางของแสง
(จะว่าไปก็แอบมึนๆบ่อยค่ะ *หัวเราะ*)
ส่วนของเงา จะขอเริ่มจากผิวก่อนนะคะ
อันดับแรกเราสร้างเลเยอร์ขึ้นมาใหม่ “เหนือต่อ” เลเยอร์สีพื้นของผิว ที่เราเพิ่งลงเสร็จไปเมื่อกี้ ตั้งโหมดยังคงเป็น normalแล้วจัดการติ๊กเครื่องหมายถูกเลือก layer clip
สังเกตว่าหน้าเลเยอร์ใหม่ที่เราสร้างขึ้นหลังจากเลือก layer clip แล้ว จะปรากฏแถบสีแดงเล็กๆด้านหน้าค่ะ
เจ้า layer clip นี้ลักษณะการใช้งานก็จะเหมือน clipping mask ใน photoshop นั่นเอง
โดยมันจะทำให้เลเยอร์ที่เลือกไว้จะเกาะเอาเลเยอร์ข้างล่างต่อมันอันหนึ่งเป็นสรณะ โดยสีที่ลงในเลเยอร์ใหม่จะอยู่ในขอบเขตแล้วก็ความเข้มความทึบตามเลเยอร์ที่มันเกาะอยู่ค่ะ ดังนั้นการที่เรามีสีพื้นเรียบๆไว้ ก็จะได้ใช้ประโยชน์จากตรงนี้มากเลย
ทีนี้เริ่มลงเงากันนะคะ ในเลเยอร์ที่เพิ่งเลือก layer clip ไปนี่เอง ใช้สีที่เข้มขึ้นมาจากสีพื้นของแต่ละคน โดยคิดว่านี่แหละที่จะใช้เป็นสีของส่วนที่ไม่โดนแสง (แต่ไม่ต้องกังวลกับการเลือกสีมากก็ได้ เพราะเราปรับได้ตลอดเวลา...ฮา)
ในภาพนี้กลัวว่าจะปาดสีเพลินแล้วจะเลยไปโดนสีผิวคนอื่น (ยังจำได้ใช่มั้ยคะว่าเมื่อกี้เราลงสีพื้นของผิวของทุกคนไว้ที่เลเยอร์เดียวกัน) เลยทำ selection ไว้ด้วย สบายใจดี
อย่าลืมคำนึงถึงทิศทางของแสงอยู่เสมอ อันนี้ไม่รู้จะแนะนำยังไงเพราะว่าก็ยังไม่ค่อยเชี่ยวเหมือนกัน แต่การสังเกตจากรูปถ่ายจริงๆก็จะช่วยได้เยอะเลยค่ะ
ที่เราใช้ส่วนมากจะเป็น water ให้ความรู้สึกเหมือนเอาน้ำไปป้ายให้สีจางๆมัวๆลงดี
ทำไปเรื่อยๆค่ะ ไม่รู้จะเล่ายังไง เป็นเรื่องของสไตล์การลงสีของแต่ละคน แต่ถ้าของเราก็จะให้รายละเอียดส่วนต่างๆประมาณนี้ล่ะเนาะ
ลงส่วนที่เป็นเงาๆ ก็เช่นตรงข้างสันจมูก ตามไรๆผม ด้านข้างของใบหน้าบริเวณขอบๆ ปลายจมูก หัวตา หัวคิ้ว มุมปาก(ตรงนี้จะทำให้ดูเหมือนยิ้มมุมปากมากขึ้นค่ะ...นังเรนนี่ชอบมาก)
ในส่วนของข้อต่างๆ และพวกรอยปูดของเส้นเอ็น ถ้าลงเงาเน้นให้ชัดขึ้นก็ได้อารมณ์ไปอีกแบบค่ะ ดูแข็งแรงดี เพราะว่าเป็นตัวละครผู้ชายด้วยเลยอยากไม่ดูเรียบเนียนซะจนน่าทะนุถนอมเกินไปนัก
เสร็จแล้วก็ออกมาเป็นแบบนี้
ทีนี้ถ้าแน่ใจแล้วว่าเงาออกมาโอเค ก็รวมเลเยอร์ของสีพื้นของผิวแล้วก็เงาของผิวได้เลยค่ะ
ต่อไปเป็นเงาเสื้อผ้า ใช้วิธีการเดิมเลย คือสร้างเลเยอร์ใหม่เหนือสีพื้นที่จะลง แล้วเลือก layer clip แล้วก็เริ่มลงสีได้ (เช่นเคย นังเรนนี่เลือก selection ไว้ก่อนเพื่อความสบายใจด้วยค่ะ)
อย่างอันนี้กำลังจะลงสีชุดของมุคุโร่ สังเกตว่ามี selection ล้อมรอบอยู่ ส่วนชุดของโกคุ ยามะ และแรมโบ้นั้นไม่ต้องกังวลเพราะอยู่คนละเลเยอร์กัน
ระหว่างนี้ เครื่องมือที่ใช้เยอะก็มี Brush , Eraser, แล้วก็ Water
ขณะที่ลงไปเรื่อยๆ ก็ปรับสีไปเรื่อยๆด้วย
อันนี้แบบรู้สึกว่าสีชุดมุคุยังไม่ใช่ที่อยากได้ก็เลยปรับซะ
ของ SAI การปรับสีจะใช้ที่ Filter >> Hue/Saturation ค่ะ
เวลาลงเงาของพื้นที่ใหญ่ๆ ใช้ brush แล้วบางทีสียังไม่เนียนอย่างใจ เครื่องมือ water ช่วยได้เยอะเลย
อันนี้ลงเงาที่เสื้อของคุณพี่ เนื่องจากแสงมาจากด้านหลัง จึงเว้นการลงเงาไว้ตรงขอบๆของแขนเสื้อทั้งสองข้างค่ะ (หรือว่าเดี๋ยวอาจจะมาลงไฮไลท์เป็นแสงตรงขอบด้านข้างทีหลังก็ได้)
ส่วนของรีบอร์นนั้น ที่พยายามจะเน้นให้เห็นชัดคือส่วนโค้งของหมวก (การใช้เครื่องมือ brush , eraser แล้วก็ water ร่วมกันทำให้ขั้นตอนพวกนี้ง่ายขึ้นมากเล้ย)
ในส่วนของแผ่นหลังยามาโมโตะ เนื่องจากว่าหมอนี่เป็นนักกีฬา ก็อยากจะให้ดูเข้มแข็งสักหน่อย
สรุปขั้นตอนเวลาที่จะลงเงาคร่าวๆของนังเรนนี่ก็ประมาณนี้ค่ะ
1.) เอา brush ลากปรื๊ดๆ ให้ได้แนวของเงาที่จะลงคร่าวๆ
2.) จากนั้นเอายางลบลบส่วนที่น่าจะเป็นส่วนสว่างของรอยยับออก(ก็คือไม่มีเงาตรงนั้นน่ะเอง) ปรับ min size ของยางลบเอาตามสะดวก
3.) แล้วก็เอา water เกลี่ยๆนิดหน่อยไม่ให้แข็งไปค่ะ
ขั้นตอนก็จะวนไปวนมาแบบที่ว่าจนได้ครบเลเยอร์ของเสื้อผ้าที่ทำไว้ตอนแรก ตอนนี้ออกมาก็ได้เป็นอย่างนี้
“....”
อ่า...ภาพตรงนี้ไม่มี นังเรนนี่ลืมแคปไว้ค่ะ ซีดดดดด
ข้ามไปสู่ขั้นตอนการลงสีผมเลยละกันเนาะ
เราใช้มุกเดิม คือเริ่มจากสร้างเลเยอร์ใหม่เหนือต่อเลเยอร์สีพื้นของผม แล้วเลือก layer clip จากนั้นก็จะเริ่มลงเงาผมกัน
การลงเงาของผม สิ่งที่ต้องคำนึงถึงก็มีเรื่องของทิศทางของเส้นผม แล้วก็เรื่องแสงนิดหน่อย
ดูจากผมยามะกันก่อนอีตาคนนี้หัวชี้ไปชี้มา ก็เลยใช้บรัชที่ปรับหัวให้คมๆแล้วก็ min size 0% ตวัดๆเอาตามทิศทางของเส้นผมค่ะ
เบ็ดเสร็จแล้วออกมาประมาณนี้
ก็จัดการสร้างเลเยอร์ใหม่ขึ้นมาเหนือเลเยอร์เงาผม ตั้งโหมดเป็น multiply แล้วคลิกที่ layer clip
แล้วทีนี้ก็ใช้ brush หรือ water ก็ได้ เลือกสีมาปาดพรืดๆลงไปเลย ส่วนยามะในภาพนี้ใช้ด้านบนๆเป็นสีฟ้าใสๆแล้วก็ด้านล่างของผมใช้สีเทาหม่นๆ
เนื่องจากว่าโหมดของเลเยอร์นี้เป็น multiply เพราะงั้นก็จะเป็นการลงสีซ้ำกับเลเยอร์ข้างล่างให้สีเข้มขึ้น ดังนั้นไม่ต้องเลือกใช้สีเข้มมากค่ะ เดี๋ยวจะมืดไปซะหมด (สังเกตว่านังเรนนี่ยังคงใช้ selection ล้อมรอบบริเวณที่จะลงสี เพราะไม่ไว้ใจตัวเองว่าจะเพลินจนลากบรัชยาวไปโดนหัวตัวละครอื่นรึเปล่า..ฮา)
หมายเหตุ – ถ้าอยากไล่สีของเสื้อผ้าหรือส่วนอื่นๆแบบนี้ด้วย ก็สามารถทำได้เช่นกัน (แต่ในที่นี้ไม่ได้ทำเพราะขี้เกียจ...แฮ่ๆ)
ผมของคนอื่นก็ใช้หลักแบบเดียวกันค่ะ และแน่นอนว่า Eraser กับ Water ก็ยังคงเป็นมิตรแท้
กับซือคุงก็เช่นกัน ลงเงาเสร็จแล้วในเลเยอร์เงา เราก็ไปไล่สีในอีกเลเยอร์ข้างบนที่เป็นโหมด multiply
คุณแรมโบ้หัวยุกยุยก็ลงเงาโค้งๆให้รู้สึกว่ามันกลมๆๆ แบบบล็อกโคลี่ (ฮา) อันนี้ใช้บรัชที่ตั้ง min size ไว้ใหญ่ๆหน่อย แล้วก็ยางลบที่ density ไม่สูงมาก หัวทู่ๆ(min size ใหญ่) แล้วก็ใช้ water เกลี่ยเอาค่ะ
ส่วนผมคุณฮิ ดูเป็นทรงแล้วก็ลากบรัชตามทิศทางผมได้ง่าย ใช้วิธีเดิมค่ะ บรัชปลายแหลม และยางลบ + water ช่วยท่านได้
ทำจนเสร็จแล้วเราก็ได้รูปนี้ออกมา
อา...เห็นฝั่งรำไรแล้ว.... อย่าลืมรวมเลเยอร์เท่าที่พอจะรวมได้ เครื่องไม่เหนื่อย แล้วก็ไม่งงด้วย (แต่ต้องระวังบางส่วนที่ยังคิดว่าอยากจะกลับมาแก้หรือไม่แน่ใจด้วยนะคะ พลาดไปเดี๋ยวจะเสียดายแย่)
หลังจากนั้นเป็นเรื่องของพวกอุปกรณ์ประกอบฉากต่างๆและ accessories ของตัวละคร
การลงสีเจ้าส่วนเหล่านี้ของเราไม่ค่อยมีหลักการแน่นอนค่ะ ขึ้นอยู่กับว่าเจ้าวัตถุนั้นเป็นอะไร แต่โดยรวมแล้วก็เข้าอีหรอบเดิมคือ
- ลงสีพื้น
- สร้างเลเยอร์ใหม่ แล้วลงเงา จากนั้นรวมเลเยอร์โลด
- ลงแสง เก็บรายละเอียด
ก็ประมาณนี้ล่ะค่ะ แต่ในพวกของประกอบฉากนังเรนนี่มักจะสร้างและรวมเลเยอร์บ่อย ยกตัวอย่างด้วยภาพละกันเน้อ
ส่วนวิธีการลงสีก็ทำเหมือนกันที่ได้เล่ามาแล้วนั่นเอง เพราะงั้นไม่พูดซ้ำเนอะ เดี๋ยวจะน่าเบื่อ ^_^~
สำหรับผ้าปูพื้นและฮิเบิร์ดก็ได้มาด้วยวิธีเดียวกันนี่เอง ออกมาก็จะได้เป็นอย่างนี้
สังเกตว่ามีรองเท้าเพิ่มขึ้นมา เพราะระหว่างทำนึกขึ้นได้ว่าพวกนี้นั่งถอดรองเท้ากัน แล้วรองเท้าหายไปไหนหมดล่ะเฮ้ย ฮา
พอลงสีเจ้าพวกนี้เสร็จแล้ว ทีนี้จะมาลงแบ๊กกราวด์กันค่ะ
ตามที่ตั้งใจไว้ตอนแรก ว่าจะมีพื้นหญ้า ท้องฟ้า และต้นไม้
เราก็สร้างเลเยอร์ขึ้นมา โดยให้อยู่ล่างสุด ใต้ต่อเสื้อผ้าหน้าผม นั่นโน่นนี่ที่เราลงไว้ก่อนหน้านี้(ส่วนเลเยอร์ที่กำหนดสีแบ๊กกราวด์ไว้คร่าวๆตอนแรก จะลบทิ้งเลยก็ได้ค่ะ ไม่ใช้แล้ว)
แล้วจัดการลงสีพื้นซะ เอาหญ้าก่อนละกัน
ในขั้นตอนนี้สามารถปาด brush หรือเทสีไปได้เลยตามชอบใจ ไม่ต้องระวังเรื่องขอบจะเกิน เพราะเลเยอร์ข้างบนจะทับไว้อยู่
จากนั้นสร้างเลเยอร์ใหม่ทับขึ้นมา mode : normal , และเลือก layer clip แล้วใช้บรัชหัวทู่ๆ กับ waterแต้มสีเหลืองลงไป
จากนั้น Ctrl + E รวมเลเยอร์ไปเล้ย
ทีนี้ก็มาแต่งตรงยอดหญ้าโดยใช้ยางลบหัวแหลม
แล้วเราก็ไปลบเส้นในส่วนที่ติดมาออกไปได้เลย (ในเลเยอร์เส้นอันบนสุด) ส่วนยอดหญ้าที่เหมือนจะคมไปก็ใช้ blur แต้มๆไม่ให้ทิ่มลูกตา ฮา
จากนั้นมาต่อที่ท้องฟ้า
สร้างเลเยอร์ใหม่ขึ้นมา เอาไว้ใต้เลเยอร์พื้นหญ้าค่ะ ต้นหญ้าที่เราทำไว้มันจะได้บังท้องฟ้า เทสีฟ้าเลย ไม่ต้องห่วงเรื่องสีเกินเพราะจะโดนเลเยอร์บนๆทับหมดแล้ว
แล้วก็สร้างเลเยอร์ใหม่ เอาบรัชหัวทู่อันใหญ่ๆและ water ปาดสีขาวลงไป ให้เป็นปุยเมฆสีขาวๆ เสร็จแล้วก็ Ctrl + E รวมเลเยอร์เช่นเคย ออกมาเป็นแบบนี้
ต่อไปเป็นต้นไม้ เนื่องจากต้นไม้ของเราจะอยู่หน้าสุด (ถ้าสมมติว่านี่เป็นภาพถ่ายนะคะ ต้นไม้ของเราจะอยู่ใกล้คนถ่ายมากที่สุด) ดังนั้นไปสร้างเลเยอร์ไว้บนสุดเลยค่ะ เอาให้บังทุกสิ่ง (แต่อันนี้ยังอยู่ใต้เลเยอร์เส้นอยู่ ซึ่งจริงๆจะเอาไว้เหนือสุดก็ได้ แต่ตอนทำไม่ทันนึก) แล้วก็ลงสีพื้นของต้นไม้ลงไป
หลังจากนั้นใช้วิธีเดิมนี่ล่ะค่ะลงเงา แล้วก็จัดการลบเส้นที่วาดต้นไม้ไว้ทิ้งซะเพราะไม่ใช้แล้ว
เติมใบไม้ลงไป เนื่องจากใบไม้อยู่ไกลๆและเป็นแค่ตัวประกอบ เลยไม่ได้ใส่รายละเอียดมาก (ขี้เกียจก็สารภาพมา..ฮา)
ใกล้ความจริงแล้วค่ะ ใกล้แล้ว...อย่าเพิ่งถอดใจไป ยังอยู่ด้วยกันใช่มั้ยคะ แฮ่กๆๆ
หลังจากนั้นจะเติมแสงวิ้งๆนิดหน่อยค่ะ โดยสร้างเลเยอร์ใหม่ขึ้นมาบนสุดเลย (เหนือเส้นขึ้นไปอีก) โหมดเป็น normal แล้วก็จัดการใช้บรัชไม่ต้องใหญ่มาก จิ้มๆ สีเหลืองอ่อนเกือบๆจะขาวลงไปตามจุดต่างๆ + ใช้สีโทนเดียวกับผมแต่อ่อนจนเกือบขาวทำเงาสะท้อนตรงผมค่ะ
อา...เห็นรูปนี้เลยนึกขึ้นได้ว่าลืมพูดถึงลงสีตา ไม่มีอะไรค่ะ ใช้วิธีเหมือนกันที่ทำๆมานั่นเอง(ซะงั้นล่ะ) แต่ถ้าสนใจเดี๋ยวมาพูดถึงเฉพาะเรื่องตากันวันหลังก็ได้นิ ^^
จะแต้มจุดสีขาวในบางตำแหน่งก็ได้ นึกถึงเวลาบรรยากาศสดใสๆที่จะมีหยดน้ำเล็กๆกระเด็น สดชื่นดีไปอีกแบบ
เสร็จแล้วได้ออกมาเป็นแบบนี้....
เฮ~
Export ภาพออกมาเป็นไฟล์ .psd ค่ะ เพื่อจะเอาไปปรับในช็อปต่อไป
จบเอ็นทรี่แต่เพียงเท่านี้ก่อนค่ะ เพราะนังเรนนี่ไม่ไหวแล้ว ฮา
ที่เหลือจะเป็นการปรับ ใส่เอ็ฟเฟ็กต์ ใส่เท็กซ์เจอร์ ซึ่งจะทำใน photoshop
ซึ่งวันนี้คงยังไม่พูดถึง เอ็นทรี่ยาวนรกแตกเกินไปแล้ว
ไม่เคยทำฮาวทูละเอียดขนาดนี้มาก่อน ถ้าเป็นประโยชน์ได้บ้างจะดีใจมากมาย ^_^
มาต่อพาร์ทที่ 3 เรื่องการปรับภาพ การใส่ effect และ texture กันพรุ่งนี้นะคะ
แล้วพบกันเอ็นทรี่หน้าค่ะ^_^~
ปล.แปะก่อนจาก เช่นเคย ถ้าท่านใดว่างรบกวนตอบคำถามที่เอ็นทรี่นี้นิดนึงค่ะ >>ชอบกินปีโป้สีอะไรที่สุดคะ<< (ยังคงพยายามเก็บข้อมูลต่อไป)











กุ๊ดจี่ Digital High Quality
งงกับSAIมานานแล้วกระจ่างมากๆเลย
#1 By Mable on 2009-06-27 16:28