~[KHR Fic] - Just Like A Cat!~
posted on 19 Jul 2009 20:55 by rainy-day in Fiction, KHR
สวัสดีค่ะ ^_^~
วันนี้มาแปลก มาเป็นฟิกละเอ้อ
คู่ไหนก็...นะคะ -_-'' ไม่เห็นต้องเดาเนอะ นังเรนนี่ออกจะเพ้อซะขนาดนี้ ฮา
จริงๆแล้วนอกจากชอบวาดรูป นังเรนนี่ก็ชอบเขียนฟิกด้วยนะคะ เพียงแต่ไม่ค่อยมีเวลา
ไอ้ที่มีก็เอาไปวาดรูปซะหมดก็เลยไม่ค่อยได้เขียน แหะๆ
สำหรับเรื่องนี้เป็น oneshot ล่ะค่ะ (เรียกอย่างนี้รึเปล่า) ตอนเดียวจบ ไม่ผูกมัดตัวเอง
จริงๆชอบแต่งเรื่องยาวด้วย รู้สึกมีพื้นที่ให้ปูเรื่องเยอะดี แต่กลัวจะไม่มีเวลาต่อเท่าไหร่เพราะงั้นช่วงนี้เอาอย่างงี้ล่ะ
พล่ามเยอะแล้ว แปะโลด!
***Warning : เนื้อหาที่กำลังจะกล่าวถึงต่อไปนี้ เป็นเรื่องเกี่ยวกับ "ชายรักชาย" ค่ะ
หากท่านไม่ชอบหรือรับไม่ได้ รบกวนปิดเอ็นทรี่นี้นะคะ ^_^~
Title :Just like a cat!
Paring : 8059
Rate : PG-13(มั้งคะ?)
โกคุเดระก็เหมือนแมว....
...จริงๆนะ คุณไม่คิดอย่างนั้นเหรอ?
..............................................
.............................
ประตูดาดฟ้าเปิดแง้มไว้นิดหน่อย
...ผมลองเอามือผลักมันออกเบาๆ
อา...บางทีคงต้องหาน้ำมันมาหยอดตรงบานพับเสียบ้าง
..น่าจะรู้อยู่แล้ว
เสียงเอี๊ยดอ๊าดจากประตูเก่าแก่เรียกให้คนที่ผมคิดว่าเหมือนเจ้าเหมียวซึ่งนั่งอยู่เพียงลำพังหันมามองตาขวางได้ไม่ยากเย็น
"ฮะๆๆ"
ผมส่งเสียงหัวเราะนำไปก่อน
แล้วก็ดูเหมือนคิ้วของโกคุเดระจะขมวดเป็นปมแน่นขึ้นเมื่อรับรู้ว่านอกจากตัวเองแล้วยังมีผมยืนอยู่ตรงนี้อีกคน
ถ้าเขายังขมวดคิ้วเยอะขึ้นเรื่อยๆอย่างนี้ ผมว่าไม่เกินสิ้นปีนี้ก็คงจะเอามาผูกเป็นโบว์ตรงกลางหน้าผากได้แล้วล่ะ
คนตรงหน้าทำท่าคล้ายจะพูดอะไรบางอย่าง แต่แล้วก็หันหน้าหนีไปเหมือนไม่อยากใส่ใจ
แค่ เหมือน นะ
ทำไมถึงรู้น่ะเหรอ...?
ดูสิ...ที่หางตาของเขา...
ดวงตาสีเขียวเจิดจ้าที่ราวกับจะทอประกายแข่งกับแสงอาทิตย์เหลือบมองมาทางนี้เป็นระยะๆ
...เจ้าเหมียวที่ชอบนั่งบนกำแพงเพียงลำพัง...
พอมีคนยืนดูอยู่ห่างๆก็จะทำเหมือนไม่สนใจทั้งที่ก็แอบลอบมองอยู่เหมือนกัน
"นึกว่าไม่มีคนอยู่ซะอีก"
...ผมโกหกน่ะ....คุณก็รู้....
ผมรู้ว่ามีคนอยู่ที่นี่... ผมรู้ว่าเขาอยู่ที่นี่
"งั้นฉันไปก่อนละกัน"
ผมตะโกนบอกไปจากจุดที่ยืนอยู่ สังเกตเห็นไหล่บางนั้นขยับเล็กน้อยแต่เจ้าตัวก็ยังไม่ยอมหันมามองอยู่ดี
"นายก็รีบตามมาล่ะ ใกล้จะเข้าเรียนคาบต่อไปแล้วนะ"
ทิ้งท้ายไว้อย่างนั้นแล้วก็ถอยหลังออกมาสองก้าว จัดแจงเปิดประตูแรงกว่าปกตินิดหน่อยเพื่อให้แน่ใจว่าเจ้าเสียงเอี๊ยดอ๊าดมันจะลอยไปเข้าหูเขา แล้วก็ผลักประตูปิดลงดังกว่าปกติเช่นเดิมโดยที่ไม่ได้เอาตัวเองแทรกผ่านประตูเข้าไป
....แต่ย่องมาหยุดอยู่ข้างหลังโกคุเดระแทน....
เหมือนที่ผมชอบเล่นกับเจ้าแมวเหมียวไม่มีเจ้าของแถวบ้าน
...ว่าแต่...
โกคุเดระก็ยังไม่มี เจ้าของ ใช่มั้ยนะ...?
นิ่งไปประมาณห้าวินาที ก่อนที่ผมจะได้ยินเสียงถอนหายใจดังเฮือก
บางทีเขาอาจจะโล่งใจที่(คิดว่า)ผมไปแล้ว
หรือบางที...
...เขาอาจจะกำลังผิดหวังอยู่ก็ได้....
แค่...อาจจะ...นะ
ผมจ้องเรือนผมสีเงินสว่างของคนตรงหน้าที่คงจะยังไม่รู้ตัวว่าผมมายืนอยู่ใกล้กว่าที่คิด...ลมที่โชยอ่อนๆคงจะพัดให้เส้นผมนั้นปลิวมาบดบังทัศนวิสัยเพราะผมเห็นมือขาวๆของเขายกขึ้นเกี่ยวเส้นผมที่กำลังพริ้วไหวตามแรงลมมาทัดหู
ให้ตายสิ..!
เป็นเพราะแสงสว่างจ้าบนดาดฟ้า หรือว่าวันนี้แก้มสีชมพูเรื่อๆของเขาใสขึ้นกว่าปกติกันนะ
...หรือจะเป็นเพราะผมเองที่เพี้ยนไปแล้วก็ไม่รู้สิ...
ผมจำไม่ได้ว่ากลั้นหายใจไว้ตั้งแต่เมื่อไหร่..รู้ตัวอีกทีก็ตอนที่ได้ยินเสียง...
"เฮ้ยยย!!!!"
โอ๊ะโอ....เจ้าเหมียวรู้ตัวซะแล้วสิ...
"แกมายืนอยู่ตรงนี้ได้ไงวะไอ้บ้าเบสบอล!! ไหนว่าไปแล้วไง!!!"
อา...แถมยังขู่ฟ่อเลยซะด้วย
"ก็ว่าจะไปแล้วแหละ"
โกหกอีกแล้ว ที่ว่า จะไป มันไม่ได้อยู่ในหัวผมมาตั้งแต่แรกแล้วต่างหาก
"แต่ว่าเป็นห่วงนายน่ะ...กลัวจะไปเข้าเรียนไม่ทัน"
เขานิ่งไป แต่ตายังจ้องเขม็งมาทางนี้พร้อมขยับตัวออกห่างนิดหน่อย ดูท่าเขาจะยังไม่ปักใจเชื่อที่ผมพูดซะทีเดียว
แต่ก็นั่นแหละ...แม้โกคุเดระจะฉลาดอยู่เสมอ แต่เขาก็ใสซื่อในบางเรื่องจนน่าตกใจอยู่เสมอเหมือนกัน
เขายังคงจ้องผมไม่วางตา คิ้วขมวดขึ้นอีกนิดหน่อย...(ผมขอถอนคำพูดเมื่อตอนต้น ไม่เกินสิ้นเดือนนี้โกคุเดระคงผูกโบว์ตรงหัวคิ้วได้แน่ๆ) ใบหน้าเอียงไปด้านข้างเล็กน้อยจนผมที่เพิ่งจะเอาไปเหน็บหูไว้หล่นลงมาคลอเคลียอยู่ที่แก้ม
เขาคงไม่รู้ตัวเลยว่าท่าทางอย่างนั้นน่ะเหมือนเจ้าเหมียวแถวบ้านผมสุดๆ
และคงไม่รู้ด้วย...ว่าท่าทางหวาดระแวงนั่นมันช่างน่ารักจริงๆ
อืม...ผมหมายถึงแมวน่า ไม่เชื่อเหรอ...
"โง่ๆอย่างแกต่างหากที่ควรจะห่วงเรื่องเข้าเรียนไม่ทัน"
"...."
"รู้ตัวว่ามีแต่ลูกเบสบอลอยู่ในกะโหลกก็จัดการเรื่องของตัวเองให้เรียบร้อยก่อนเถอะเฟร่ย!!"
"...."
"บ้าเอ๊ย...เกะกะลูกตาชะมัด!!"
เขายังคงสรรเสริญคุณงามความดีของผมอย่างต่อเนื่อง แม้คำพูดจะทิ่มแทงจิตใจไปหน่อย...แต่ผมรู้ว่าตอนนี้เจ้าแมวเหมียวกำลังจ้องผมเขม็งพลางเอาตัวถูไถกลิ้งไปกลิ้งมากับพื้นเป็นเชิงบอกให้รู้ว่า...
...เดินเข้ามาใกล้อีกสิ...แล้วฉันจะเล่นด้วย....
ก็มุมปากของเขายกขึ้นทั้งที่กำลังโจมตีผมด้วยคำพูดอยู่นี่นา
ผมขยับเข้าไปใกล้...อย่างที่คิดไว้ เขาทำเสียงจิ๊จ๊ะในลำคอแสดงความไม่พอใจนิดหน่อยแต่ก็ไม่ได้ถอยหนีออกไป
มือผมยกขึ้นเกลี่ยเส้นผมสีเงินที่ระอยู่บนต้นคอระหงนั่น แล้วค่อยๆเลื่อนขึ้นไปยังแก้มสีชมพูระเรื่อของเขาช้าๆ...ทั้งหมดที่ทำไปราวกับว่าออกมาจากไขสันหลังโดยไม่ผ่านสมอง ผมไม่รู้ตัว ไม่ได้คิดว่ากำลังทำอะไรอยู่หรือกำลังจะทำอะไรต่อไป....
เหมือนกับมันเป็นเรื่องธรรมชาติที่สุดบนโลกใบนี้ซึ่งไม่จำเป็นต้องผ่านการไตร่ตรอง...
ดวงตาสีเขียวสดของโกคุเดระเหลือบมองที่มือของผม ไหล่ที่เล็กกว่าผมมากสะดุ้งเบาๆเมื่อปลายนิ้วที่คงจะสากไม่น้อยสัมผัสถูกริมฝีปากของเขา
"....โกคุเดระ"
ผมกระซิบ...หวังผลว่าเขาจะเหลือบขึ้นมามองหน้าผมแทน
....เพื่อที่ในดวงตาคู่นั้นจะได้สะท้อนแต่เพียงภาพของผมเท่านั้น
..เราสบตากัน...
ใบหน้าโน้มเข้าหากัน....สมองของผมเหมือนจะหยุดสั่งการไปแล้วทั้งที่หัวใจยังเต้นตุบๆอยู่ในอก
ช่วงไม่กี่วินาทีที่ยังคงมองเห็นและมีสติสัมปชัญญะดีอยู่ พวงแก้มชมพูนั้นกลายเป็นสีเข้มขึ้น เช่นเดียวกับความรู้สึกร้อนบนใบหน้าของผมซึ่งคงทำให้ทั้งหน้ากลายเป็นสีแดงระเรื่อ แต่คงจะไม่น่ารักเท่าของโกคุเดระหรอก..
...ก่อนที่จะมองเห็นแต่เพียงตัวเองในดวงตาที่ราวกับจะช่วงชิงการรับรู้ทั้งหมดของผมไปอย่างสิ้นเชิง
....ผมชอบช่วงเวลาแบบนี้จัง....
เจ้าเหมียวแถวบ้านเคยฝากรอยข่วนไว้ให้ตอนที่ผมพยายามจะเข้าใกล้มันก่อนหน้านี้ แผลนั่นยังเจ็บอยู่นิดหน่อยตรงหลังมือซ้าย
แต่วินาทีที่รู้สึกได้ถึงสัมผัสแผ่วเบาราวขนนกที่อ้อยอิ่งอยู่ที่ริมฝีปาก กับรสหวานที่ปลายลิ้นชั่วขณะที่แพขนตาสีเงินหลุบต่ำ...และดวงตาสีสวยคู่นั้นค่อยๆปิดลงช้าๆ
...ผมก็ไม่รู้สึกถึงการมีอยู่ของแผลแมวข่วนกระจิดริดนั่นอีกแล้ว...
เจ้าเหมียวของผมครางเสียงแผ่วๆในลำคอ..
...ต้องพูดรีเปล่าว่าผมรักเสียงของเขาตอนที่ปลายลิ้นเราเกี่ยวกระหวัดกันขนาดไหน...
....................................................
..........................
รู้ตัวอีกทีเราสองคนก็ลงมานั่งกองอยู่ที่พื้นไปแล้ว....ส่วนเรื่องคาบเรียนที่ป่านนี้คงเริ่มกันไปเป็นที่เรียบร้อยก็....
...ช่างมันเถอะ
ผมจ้องหน้าเขานิ่ง โกคุเดระกลับมาขมวดคิ้วอีกแล้ว
ท่าทางราวกับเขากำลังพยายามทำเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น แต่ริมฝีปากแดงระเรื่อที่ยังสั่นอยู่นิดหน่อยกับเสียงหอบเบาๆดูเหมือนจะทำให้ความพยายามนั้นลดความน่าเชื่อถือลงไปไม่น้อย
ผมฉวยโอกาสตอนที่เขายังไม่ทันตั้งตัว ขโมยจูบที่แก้มเนียนสีชมพูระเรื่อนั่นไปอีกครั้ง
เขายกมือขึ้นถูแก้มตัวเองไปมาด้วยท่าทางฉุนเฉียว เตรียมสบถอะไรสักอย่างที่ตอนนี้ผมไม่สนใจอยากฟังเท่าไร
"แก....ไอ้---!!"
..อีกครั้ง..
คราวนี้ที่ปาก....ก่อนที่เขาจะมีโอกาสได้เฉลยให้ฟังว่า ไอ้...อะไร
หน้าตาตกใจปนเขินอายหลังจากจูบกันแล้วทำให้ผมไม่เคยรู้สึกเสียดายเลยที่จะเสี่ยงกับดอกไม้ไฟหลากชนิดของโกคุเดระแลกกับการที่จะได้เห็นสีหน้าแบบนั้นบ่อยๆ
..แล้วถ้าเขายังอยากตะโกนอะไรต่อ...ผมว่าผมก็มีวิธีทำให้เขาเงียบได้ไม่ยาก...
คนฉลาดอย่างโกคุเดระก็ดูจะเข้าใจเรื่องนี้ดีจึงได้แต่นั่งหน้าแดงจนน่ากลัวว่าอวัยวะส่วนอื่นของเขาจะขาดเลือดตายเพราะมันถูกสูบฉีดมาเลี้ยงแต่ที่หน้า พร้อมกับแสดงท่าทีกระฟัดกระเฟียดจนน่ากอดแต่กระนั้นก็ไม่พูดอะไรออกมาสักคำ...
"...โกคุเดระ...นายรู้ไหม"
ผมเอ่ยขึ้นเบาๆพอให้ได้ยินกันแค่สองคน ถึงแม้ที่นั่นก็จะมีแค่เราสองคนอยู่แล้วก็เถอะ...ก่อนจะคว้าเอวบางๆของเขาเข้ามากอดไว้แน่นแล้วซุกใบหน้าลงที่ต้นคออุ่นๆ จงใจพ่นลมร้อนใส่ท้ายทอยที่ตอนนี้ก็กลายเป็นสีแดงไปแล้วของเขา
"...ฉันว่าฉันกลายเป็นพวกรักแมวซะแล้วล่ะ"
"แล้วมาบอกฉันทำไมล่ะเจ้าโง่!!"
ผมกระชับอ้อมแขนแน่นขึ้นแล้วพูดต่อโดยไม่สนใจถ้อยคำเทิดทูนนั้น
"แล้วฉันก็จะเอาเจ้าแมวนั้นมาเป็นของฉันให้ได้"
"...งี่เง่า!...ก็ไปบอกกับแมวบ้าอะไรของแกนั่นสิวะ"
เขาพึมพำน้ำเสียงหงุดหงิด ก่อนที่แขนบางๆจะยกขึ้นกอดตอบแล้วก็ซุกหน้าลงบนไหล่ของผมราวกับลูกแมวขี้อ้อน...
ผมอมยิ้มกับท่าทางน่ารักของโกคุเดระที่นานๆจะได้เห็นสักที...รู้สึกราวกับหัวใจกำลังพองโตจนควบคุมไม่อยู่
"บอกไปเรียบร้อยแล้วล่ะ"
..................................................
............................
...มันฟังดูตลกดี....
แต่ผมว่าผมตกหลุมรักเจ้าเหมียวเข้าซะแล้วสิ
-THE END-
เขียนงงรึเปล่าคะ เดี๋ยวแมวเดี๋ยวคน จริงๆแล้วทั้งหมดก็พูดถึงก๊กคุงนั่นล่ะค่ะ แต่ยามะเปรียบว่าคล้ายๆกับแมวแถวบ้านตัวเอง...ดังนั้นที่บอกว่า "รักแมว..." ก็นะ.... แหะๆ
เพ้ออะไรไปก็ไม่รู้ ฟิกสไตล์นังเรนนี่ก็ประมาณนี้ล่ะค่ะ ดูเอื่อยเฉื่อยแปลกๆ ฮา
เอาไว้ถ้าพอมีเวลาอาจจะได้แต่งอีก(มั้ง) ช่วงนี้ยิ่งเพ้อๆอยู่ด้วย
อยากทำหลายอย่างแต่งานเยอะนี่แย่จริงๆเลยค่ะ นี่ก็อู้งานมาเขียนฟิกอย่างเมามัน
ที่มาของฟิกเนื่องมาจากเจ้าแมวเหมียวข้างบ้านพักนี่เอง มีอยู่สี่ห้าตัว ชอบเข้ามาด้อมๆมองๆทำท่าอยากเล่นด้วย
พอนังเรนนี่เรียก "เมี้ยวๆๆๆ~" ก็พากันกระดึ๊บๆเข้ามาหา แต่เข้าใกล้ได้แค่ประมาณไม่เกินสองฟุตก็วิ่งหนี
พอจะเลิกเล่นด้วยก็ชอบมามองตาแป๋ว แอบส่องอยู่ข้างกำแพงบ้าน แล้วก็ลงไปกลิ้งๆๆๆเอาหัวหูถูพื้นสนุกสนาน เป็นท่ามาตรฐานว่า "มาเล่นกับชั้นสิ..มามะ...มาเร้ว" แถมมีร้องตอบซะด้วยแน่ะ
แต่พอจะไปเล่นด้วยก็หนีอีก แอร๊ยยยส์ ขัดใจจริง!
เอาปลาหมึก(เบนโตะ)มาล่อก็ยังด้อมๆมองๆ หรืออันนั้นมันจะเผ็ดไป
ดังนั้นเป้าหมายก่อนกลับจากที่นี่คือต้องได้ลูบหัวน้องแมวซักตัวในแก๊งแมวเหมียวนั่นให้ได้ค่ะ!!!
พอนึกถึงน้องแมวพวกนั้นก็เลยนึกถึงก๊กคุงขึ้นมา ดังนั้นจึงออกมาเป็นฟิกนี้ล่ะ (เกี่ยวกันน่าดู...ฮา)
ตอบคอมเม้นต์ของเอ็นทรี่ก่อน คราวนี้ขออนุญาตพูดถึงแบบรวมๆค่า
ก่อนอื่นเริ่มจาก
***สองคนนั้นผูกเปลที่ไหน?
ขอยกที่อีดิทเอาไว้แล้วจากเอ็นทรี่นั้นมาแปะ
อ่านคอมเม้นต์แล้วเห็นมีคนสงสัยเรื่องผูกเปลกับอะไรหลายท่าน 555
ตอนวาดก็คิดแล้วนะคะ แต่ไม่คิดว่าจะมีคนสงสัยจริงๆ ที่วาดเป็นเปลแบบอันใหญ่ๆน่ะค่ะคล้ายๆตามรีสอร์ทหรือชายทะเล พอดีวาดไม่เป็นเลยเซิร์จเน็ตดู ผูกไว้กับต้นไม้ที่หลุดเฟรมไปเพราะขี้เกียจวาดค่ะ ตอนแรกจะวาดใบไม้ยื่นลงมาในภาพก็กลัวจะรก เลยไม่เอาดีกว่า ออกมาดูเหมือนเปลลอยได้ กร๊าาาากกกก
ดูดีๆ จริงๆแล้วสองคนนี้เค้าผูกเปลนอนกันริมทุ่งค่ะ ไม่ได้กลางทุ่งซะทีเดียว...ฮา ส่วนดอกทานตะวันด้านหน้าเป็นดอกที่ตัดมาใส่ไว้ในเปลล่ะ ไม่ใช่ต้นทานตะวันขึ้นกะดิน
เพราะงั้นสรุปว่ามีต้นไม้อยู่นอกเฟรมค่า แฮ่ๆ
ถ้าผูกเปลกับต้นทานตะวัน(?) เวลาก๊กคุงหงุดหงิดโวยวายขึ้นมาท่าทางคงจะรับน้ำหนักไม่ไหวใช่มั้ยล่ะค่ะ (มันไม่ไหวตั้งแต่คิดจะผูกกับต้นทานตะวันแล้วล่ะ...ฮา)
วาดแล้วงง แต่คราวหน้าจะระวังมากกว่านี้นะคะ แหะๆ
***เรื่องกระทู้ที่คุยกันถึงเรื่องน้องขโมยงานคนอื่น
จริงๆก็เห็นด้วยค่ะว่าถ้าเกิดว่าเป็นเด็กจริงๆอาจจะทำไปเพราะรู้เท่าไม่ถึงการณ์ วุฒิภาวะที่ยังไม่ถึงมันทำให้ทำอะไรที่ไม่ควรลงไปโดยไม่รู้ตัวได้จริงๆค่ะ นังเรนนี่เคยผ่านโปรเซสเหล่านั้นมาแล้ว ทุกวันนี้เลยพยายามทำความเข้าใจในเรื่องเหล่านั้น
เป็นเรื่องของเทคโนโลยีจริงๆนั่นแหละค่ะ ที่ไปไกลและเข้าถึงเร็วจนเด็กๆรับเอามาอย่างเดียวโดยบางทีอาจจะยังไม่โตพอที่จะไตร่ตรอง อาจจะด้วยความไม่รู้ ความคะนอง ความเป็นเด็ก หรืออะไรก็แล้วแต่ บางทีเราคิดว่าเราไม่เด็กแล้วนะเฟร่ย แต่คนที่โตกว่าแล้วผ่านชีวิตมาเยอะกว่าย่อมมีมุมมองที่ต่างออกไป นังเรนนี่รู้จักหมากเก็บ เคยเล่นกระโดดยาง เคยเล่นตี่จับด้วย ในขณะที่อายุเท่ากันเด็กๆสมัยนี้ที่เล่นเน็ตมีสังคมบนโลกไซเบอร์กันตั้งแต่อายุน้อยๆ อา...ทุกอย่างเปลี่ยนไปไวจริงๆเลยค่ะ
***เรื่องภาพ
ขอบคุณมากๆเลยค่ะทุกท่านที่เข้ามาเยี่ยมชม ว่าแต่ตอนนี้ดอกทานตะวันกำลังฮอตเหรอคะ นังเรนนี่วาดไปด้วยความชอบล้วนๆ ดอกทานตะวันมันเจิดจ้าแล้วก็สดใส แถมความหมายก็ดีด้วย (หมายถึงประมาณว่า "ฉันเฝ้ามองคุณอยู่เสมอ" เหมือนดอกทานตะวันที่จะหันหน้าไปทางดวงอาทิตย์เสมอใช่มั๊ยคะ) ทุ่งดอกกระเจียวก็น่าสนใจนะคะ แฮ่
นังเรนนี่ชอบวาด 8059 ให้เค้าดูรักกันๆน่ะค่ะ อาจเป็นเพราะเห็นก๊กคุงโวยวายบ่อยเลยอยากเห็นด้านนี้บ้าง เพราะงั้นก็เลยแอบหลุดคาแรกเตอร์บ่อย ฮา จริงๆเป็นความเพ้อฝันว่าอยากเห็นอย่างนี้นี่เอง...แฮ่ๆ คนรักกันนี่มันน่ารักสุดๆไปเลยนะคะ วาดโมเมนต์แห่งความสุขแล้วมักจะมีความสุขไปด้วย (แต่จริงๆก็อยากวาดได้หลายๆแนวล่ะค่ะ)
/ตอบอะไรออกนอกทะเลชะมัด
ส่วนเรื่องชื่อภาพ...ชื่อไทยว่า "นัวเนียบนเปลญวนกลางสวนทานตะวัน" ดูเพี้ยนๆใช่มั้ยคะ เปลี่ยนเป็น "รักรัญจวญ ณ สวนทานตะวัน" กันดีมั้ย (เหมือนหนังอีโรติกโบราณๆดี ฮา) <<เลิกบ้าเถอะ
ขอบคุณทุกท่านมากๆค่ะ *โค้งงามๆ*
แล้วพบกันเอ็นทรี่หน้านะคะ ^_^~
ปล.ซื้อดีวีดีรีบอร์น the future 2 มาแล้วล่ะค่ะ เพราะอานุภาพปก 8059 ที่ไปโดนไซโคมาจากเอ็นทรี่นี้ >>Reborn DVD ปกนี่มัน? พระเอก-นางเอกเรอะ!!<< ของคุวาริซังเลย
อา...8059 ไม่ไหวแล้ว โฮกแต๊ๆ นังเรนนี่ถึงกับเอาดีวีดีไปกอดนอน 555 เมื่อไหร่ปกมังกะจะมีก๊กคุงขึ้นปกชัดๆบ้างก็ไม่รู้นะคะ
ปล.2 ตกลงก๊กคุงนี่ เป็น "โกคุเดระ" ไม่ใช่ "โกคุเทระ" ใช่มั้ยคะ
เห็นอ่านในคอมมิคเป็น โกคุเทระ แต่ฟังอนิเมพากษ์ไทย เป็น โกคุเดระ เพิ่งรู้เพราะปกติโหลดอนิเมดูน่ะค่ะ (อา..สารภาพออกมาแล้วว่าไม่ได้ซื้อของจริงดู) แล้วที่โหลดมาก็เป็นเสียงยุ่นซับอังกฤษ ก็เลยไม่รู้ว่าพอออกเสียงแล้วเป็น โกคุเดระ (ฟังยุ่นก็ไม่กล้าฟันธงเพราะไม่รู้ภาษาค่ะ) พอมาเจอพากษ์ไทยในดีวีดีเป็น โกคุเดระ ก็เลย...อ้าว ตกลงฉันเรียกผิดมาตลอดเลยสิเนี่ย...ฮา










*
)
กุ๊ดจี่ Digital High Quality
เพิ่งจะเคยอ่านฟิกเรนนี่ซังนี่แหละ ไม่คิดว่าจะเขียนได้ดีขนาดนี้นะคะ อร๊ายยย มีคู่แข่งซะแล้วสิ ฮ่าๆ
ฟิกของเรนนี่ซังอบอุ่นสวยงามเหมือนกับรูปที่เรนนี่ซังวาดเลยค่ะ เนื้อเรื่องนุ่มนวลน่ารัก เราชอบพวก oneshot แบบที่ดำเนินเรื่องแบบนี้นะ อ่านแล้วมันเข้าใจจิตใจของตัวละครได้ดีค่ะ
สงสัยว่า ที่ทำมาทั้งหมดน่ะ ยังไม่ได้เป็นอะไรกันเรอะ!? แล้วก็จูบกันเนี่ยนะ!!?? ยามาโมโตะ แกนี่สมกับเป็นพวกร่างกายไปก่อนสมองจริงๆ
น่ารัก และ ชอบมากๆ แล้วแต่งมาให้อ่านอีกนะคะ
ตอบเรื่องชื่อก๊กคุงนะคะ ชื่อของก๊กคุง จริงๆอ่านว่า "โกคุเดระ" ค่ะ ออกเสียงตามตัวคันจิของญี่ปุ่น (ตามฟิกที่คุวาริเขียนก็จะเรียก โกคุเดระ ตลอด)
แต่สยามอินเตอร์คอมมิค เขาแปลผิดค่ะ! ออกเสียงผิด เพราะตัว เทะ กับ เดะ ใช้ตัวเดียวกัน แค่เติมตัวข้างบนเท่านั้น แล้วอีกอย่างชื่อคันจิ 寺 เนี่ย มันออกเสียงได้ทั้ง "เดระ" และ "เทระ" แต่ว่าน่าจะขึ้นอยู่กับคำที่ไปผนวกนะคะ
ดังนั้น จริงๆแล้ว ก๊กคุงชื่อ "โกคุเดระ" ไม่ใช่ "โกคุเทระ" ค่ะ
ปล.สยามอินเตอร์ฯ พิมพ์ผิดเยอะมาก ฉายาของเบล "เจ้าชายนักสับ" เป็น "เจ้าชายนักสืบ" โห อ่านแล้วหัวทิ่ม เบลกลายเป็นโคนันไปแล้วเว๊ยเฮ้ย (ลองไปอ่านสิ เล่ม 13 )
#1 By kuwa[R]i... on 2009-07-19 21:36