~[KHR Fic] - Just Like a Dog!~
posted on 24 Jul 2009 17:48 by rainy-day in Fiction, KHR
สวัสดีค่ะ ^_^~
วันนี้กลับมาพร้อมกับอะไรที่ดูเหมือนจะเป็นภาคต่อจากเจ้านี่ >>~[KHR Fic] - Just Like A Cat!~<<
จริงๆไม่ใช่เรื่องเดียวกันหรอกค่ะ จะว่าเหมือนเป็น sequel ก็ไม่เชิง มันสืบเนื่องมาจากคนเขียนเองมากกว่า
ไม่ต้องอ่านเรื่องเก่าก็รู้เรื่อง แต่อ่านก็อาจจะได้อีกอารมณ์นึง(มั้ง?)ค่ะ...ฮา
***Warning : เนื้อหาที่กำลังจะกล่าวถึงต่อไปนี้ เป็นเรื่องเกี่ยวกับ "ชายรักชาย" ค่ะ
หากท่านไม่ชอบหรือรับไม่ได้ รบกวนปิดเอ็นทรี่นี้นะคะ ^_^~
Title :Just like a Dog!
Paring : 8059
Rate : PG-13
...ยามาโมโตะ ทาเคชิ...
หมอนั่นมันงี่เง่า!
หน้าด้าน ฉวยโอกาส ปัญญาอ่อน น่าหมั่นไส้ บ้าเบสบอล ขายซูชิ!!
ทำอะไรก็ผิดทั้งนั้นแหละ!
อ้อ...แล้วยังปัญญาอ่อนด้วย...!!
หือ? บอกไปแล้วงั้นเหรอ
ช่างเถอะ...พูดซ้ำอีกกี่ครั้งก็ยังปัญญาอ่อนอยู่ดี
หรือไม่จริง...?
คนที่ปล่อยยิ้มล้านโวลต์ได้ทั้งวี่ทั้งวันโดยไม่มีเหตุผลน่ะ คิดว่าปกติดีแน่แล้วรึไง...? นามิโมริควรจะมีการตรวจคัดกรองทางจิตเวชสำหรับนักเรียนซะบ้างก็ดีเหมือนกันนะ ให้คนเพี้ยนๆแบบนี้วนเวียนอยู่รอบตัวรุ่นที่สิบเป็นอะไรที่ไม่น่าไว้วางใจเอาซะเลย
"เอามือแกออกไปจากไหล่รุ่นที่สิบนะเว้ย!!"
...รอบที่ล้าน บอกกี่ครั้งไม่เคยเข้าหัว
หมอนี่มันคงโง่กู่ไม่กลับแล้ว คุณค่าทางอาหารจากสารพัดปลาบนหน้าซูชิไม่ได้ทำให้สมองพัฒนาขึ้นเลย
"แล้วก็เอามันออกไปจากไหล่ฉันด้วย!"
ไอ้รอยยิ้มล้านโวลต์ของมันเหมือนจะเพิ่มเป็นสิบล้านโวลต์ตั้งแต่เมื่อไหร่กัน
แล้วยังท่าทางระริกระรี้อย่างกับหมาเห็นเจ้าของนั่นอีก
น่าหมั่นไส้!!
"วันนี้มีเรื่องอะไรดีๆเหรอโกคุเดระคุง"
"เอ๋?"
เรื่องดีๆ...?
"เรื่องดีๆอะไรเหรอครั--อ๊ะ!!!"
มือใหญ่ๆของหมอนั่น...น่าอิจฉาชะมัด
เว้ยยยยย....ไม่ใช่!!
น่ารำคาญเป็นบ้าต่างหาก!!
ก็บอกว่าให้ปล่อย แต่นอกจากไม่ทำตามแล้วยังดึงเข้าไปใกล้อีก แถมช่วงหลังๆมานี้ชักหนักข้อขึ้นเรื่อยๆ พอหันไปมองตั้งใจจะให้รู้สำนึกซะบ้างก็เอียงคอทำหน้าทะเล้นใส่...
...เอ้อ...หมายถึงทำหน้างี่เง่าเหมือนลูกหมาเอ๋อๆน้ำลายยืดน่ะ
ก่อนที่จะมีเรื่องกันไปมากกว่านี้ รุ่นที่สิบก็ชิงพูดต่อเสียงน่ารัก
"...วันนี้โกคุเดระคุงดูอารมณ์ดี"
ไม่เห็นเข้าใจสักนิดว่า 'อารมณ์ดี' ที่ว่ามันคืออะไร ถ้าบอกว่าดูหงุดหงิดยังจะฟังดูสมเหตุสมผลมากกว่า
"เห็นโกคุเดระคุงนั่งอมยิ้มคนเดียวมาตั้งแต่เมื่อกี้แล้ว..."
"ห๊ะ!!?"
เดาว่าคงฟังอะไรผิดไปนิดหน่อย
"...อ....อมยิ้ม.......เหรอครับ!?"
คำว่า 'อมยิ้ม' กับ 'โกคุเดระ' มันไม่ควรจะมาอยู่ในประโยคเดียวกันได้เลยไม่ใช่รึไง!!!
"นายก็คิดงั้นเหมือนกันเหรอสึนะ"
ฉันสะดุ้งเล็กน้อย โอเค...รู้แล้วน่าว่ามือขวาที่ดีไม่ควรมาสะดุ้งกะอีแค่เสียงร้องหงิงๆของเจ้าหมาที่กระดิกหางดุ๊กดิ๊กน่ารำคาญ
แต่ก็แค่นิดหน่อยเท่านั้นแหละ เหมือนตอนลูกหมาพยายามเอาเขี้ยวทื่อๆมาง่ำเบาๆที่นิ้วน่ะ ไม่เคยโดนเหรอ...?
เจ้าบ้านั่นขยับตัวยุกยิกแล้วหันมามองด้วยสีหน้าที่พวกผู้หญิงเรียกว่าอะไรนะ...
ใสซื่อ....?
น่ารัก.........?
บ้าไปแล้ว...ยัยพวกนี้ต้องตกภาษาญี่ปุ่นแน่ๆ!
"นายน่าจะยิ้มบ่อยขึ้นอีกนะโกคุเดระ"
น้ำเสียงอย่างกับจะเว้าวอนจนน่าหมั่นไส้นั่นทำให้ฉันนึกถึงเสียงงี๊ดๆของเจ้าหมาจรจัดแถวบ้านซะจริง
"ใครถามความเห็นแกห๊ะ!"
"นายยิ้มแล้วดูดีออก"
"ฉันยิ้มให้รุ่นที่สิบคนเดียวว้อย!"
"ฮะๆๆ ไหนร้องชีสสสส~ดูซิ"
"อย่ามาล้อเล่นกับฉันนะเจ้าบ้า!!!"
"ฉันชอบมากเลย!"
หมอนี่ไม่ได้ฟังที่ฉันพูดเลยซักกะติ๊ด!
โทษทีนะที่ฉันคุยเป็นภาษาหมาให้แกเข้าใจไม่ได้!
"จริงๆนะ"
ยังจะมีหน้ามายืนยันหนักแน่นแล้วก็หัวเราะร่า สุดท้ายแล้วรุ่นที่สิบก็พาลก้มลงไปหัวเราะคิกคักด้วย
บ้าชะมัด เจ้าเบื๊อกนี่ทำให้ภาพพจน์มือขวาที่ดีของฉันเสียหายหมดแล้ว!
กิจวัตรประจำวัน ซึ่งในที่นี้หมายถึงทะเลาะกับยามาโมโตะก่อนกลับบ้าน ยังคงดำเนินต่อไป จนกระทั่งรุ่นที่สิบลุกพรวดพราดขึ้นมาหน้าตาตื่น
"อ๋า...ลืมซะสนิทเลย! ยามาโมโตะ โกคุเดระ ฉันต้องไปก่อนแล้วล่ะ"
"เอ๋?"
"เย็นนี้แม่มีธุระ ต้องรีบกลับไปดูแลแรมโบ้กับอี้ผิง"
"งั้นให้ผมไปส่งนะครับ"
ฉันรีบชิงพูดก่อนที่เจ้ายามาโมโตะจะเสนอหน้ามาขโมยซีนอย่างที่มักจะโดนประจำ
รุ่นที่สิบส่ายหน้าไปมาจนผมยุ่งๆสีน้ำตาลพริ้วไหวพร้อมกับยกมือเป็นเชิงห้าม
"ไม่ต้องหรอก...เย็นนี้จริงๆแล้วต้องไปซื้อของทำรายงานนี่นา"
"ก็ให้เจ้าบ้าเบสบอลไปจัดการไงครับ"
รุ่นที่สิบหัวเราะเฝื่อนๆ พร้อมกับมองไปทางเจ้าเอ๋อที่นั่งอยู่ข้างๆ
คิดไปเองรึเปล่าว่าเหมือนจะมีเลศนัยแอบแฝงยังไงก็ไม่รู้...
แต่ไม่หรอกมั้ง
รุ่นที่สิบออกจะใสซื่อ
ส่วนหมอนี่ก็...
นึกแล้วก็เหลือบมองเจ้าคนกำลังที่นั่งฉีกยิ้มอย่างบ้าคลั่ง
เจ้านี่ก็ดูจะไร้เดียงส-- เอ้อ....หมายถึงโง่น่ะ...คงโง่เกินกว่าจะมีลับลมคมในอะไรได้
"โกคุเดระคุงช่วยหน่อยเถอะนะ...ถ้านายไม่ไปช่วยเลือกของด้วยงานกลุ่มต้องล่มแหงเลย"
อ...โอย....
สายตาแบบนั้นต้องเป็นหนึ่งในท่าไม้ตายที่แข็งแกร่งที่สุดของรุ่นทีสิบแน่ๆ โดนที่ไรก็ไม่เคยปฏิเสธได้สักครั้ง
"ขอโทษด้วยจริงๆที่ไปด้วยไม่ได้ แต่ฝากด้วยนะ"
ฝากด้วยนะงั้นเหรอ!
"ฉันเชื่อใจโกคุเดระคุงล่ะ"
เชื่อใจฉันงั้นเหรอ!
ร....รุ่นที่สิบคร้าบบบบบบบบบบบบบบบบบบบ
รุ่นที่สิบเชื่อใจฉัน รุ่นที่สิบฝากความหวังไว้ที่ฉัน รุ่นที่สิบเชื่อมั่นในตัวฉันมากกว่าเจ้าบ้าเบสบอล!!
"งั้นฉันไปก่อนนะ"
...............................................
..........................
น่าหงุดหงิดตัวเองที่มัวแต่เคลิ้มกับคำพูดของท่านรุ่นที่สิบ...
จนลืมไปเลยว่าต้องไปกับเจ้าเอ๋อนี่สองคน!!
แถมซื้อของเสร็จแล้วยังโดนลากไปลากมาจนดึกป่านนี้ ทั้งที่ตั้งใจจะกลับบ้านตั้งนานแล้วแท้ๆ
...แต่ว่า..
"อ๊ะ...โกคุเดระ ดูนั่นสิ"
"เออ"
หยุดกระดิกหางได้แล้วเจ้าบ้า
"โห เสื้อนี่สุดยอด ฉันว่าต้องเหมาะกับนายแน่เลย"
"แกจะบ้าเรอะ! ฉันไม่ใส่ของพรรค์นั้นเด็ดขาด"
แล้วก็อย่ามาทำเป็นแลบลิ้นแหะๆน้ำลายเยิ้มใส่ฉันด้วย
"ตรงนั้นคนมุงอะไรกันน่ะ...ไปดูกันเหอะ"
"อย่ามาจับมือนะแก๊!"
เจ้าหมาลามปาม เล่นด้วยหน่อยก็เลียไม้เลียมือ!
"....โกคุเดระดูนั่น"
"อ๊ะ..ทางนี้"
"หวาว...ไอ้นี่เจ๋งสุดๆไปเลย"
"...โกคุเดระ...."
"....โกคุเดระ...."
"...โกคุเดระ..."
"โกคุ--"
ไอ้บ้า!!!!
ฉันไม่ได้จูงแกมาเดินเล่นนะว้อย!!! ลากไปโน่นไปนี่อยู่ได้!
"นี่ๆ แวะกินไอติมกันมั้ย"
ยังไม่ทันจะได้โวยวายอะไรให้หายหงุดหงิด...หมอนี่ก็เอาอีกแล้ว
"ให้มันน้อยๆหน่อย...ฉันจะกลับบ้าน!"
"น่าๆ ร้านนั้นน่ะบรรยากาศดีสุดๆ"
"เซ้าซี้อยู่ได้!! จะทำตัวน่ารำคาญไปถึงไหนวะ!"
เสียงตวาดนั้นดังพอจะเรียกคนทั้งถนนให้หันมามอง...
เงียบกันไปชั่วขณะกว่าที่ผู้คนโดยรอบจะหยุดอึ้งแล้วหันไปซุบซิบอะไรกันที่ฉันไม่สนใจอยากรู้ จากนั้นก็เดินสัญจรต่อไปเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น...
...เว้นก็แต่หน้าตาสลดหดหู่อย่างกับเรื่องเศร้าทั้งหมดในสามโลกมากองอยู่ตรงหน้าของเจ้าคนที่ทำตัวกระดี๊กระด๊าเหมือนหมามาทั้งวันนี่แหละ....
ฉันไม่ได้ทำอะไรผิดใช่มั้ย...?
เจ้าหมาดื้อที่พูดไม่รู้จักฟัง มันก็ต้องดุกันซะบ้างไม่เห็นแปลก?
ฉันไม่ผิดนะเว้ย....
เพราะงั้นก็อย่ามามองหน้าฉันตาละห้อยอย่างงั้นสิไอ้บ้า!!!!
ที่สุดแล้วก็ทนคันปากยุบยิบไม่ไหว ต้องถามมันออกไปก่อนจนได้
"แกเป็นอะไรของแกห๊ะ"
"...."
บ้าเอ๊ย...! อย่ามาทำท่าหางหูตกเรื่อยเปื่อยนักจะได้มั้ย
"ยามาโมโตะ...ฉันถามแกอยู่นะเว้ย!"
"...."
ไม่ยอมตอบอะไรออกมาซักแอะ
..นอกจากงี่เง่าแล้วยังดื้ออีกด้วย...!
ฉันไม่ชอบง้อใคร...แล้วก็เกลียดการอ่อนข้อให้คนอื่นเป็นที่สุด!
แต่นี่แกปล่อยฉันพูดคนเดียวมาสองประโยคแล้วนะไอ้บ้าเบสบอล!
เรายืนนิ่งกันอยู่อย่างนั้น ฉันจ้องหน้าหมอนั่นเขม็งหลังจากที่สรุปกับตัวเองเป็นที่เรียบร้อยว่าแกนั่นแหละที่ผิด...และอีกนัยหนึ่งเพื่อเป็นการกดดันให้พูดอะไรออกมาบ้างสิเฟร่ย!
แต่หมอนั่นก็เอาแต่เงียบ
รอยยิ้มล้านโวลต์ตอนนี้ดูเหมือนจะเป็นแค่แสงไฟริบหรี่..
...ชักหงุดหงิดซะแล้ว...
ฉันจะไม่ทนแล้วนะเจ้าบ้า!
เจ้าหมาที่ไม่เชื่อฟังเจ้าของก็ไม่มีความจำเป็นจะต้องไปสนใจไม่ใช่รึไง!
.....แฮ่ม.....
..ไม่ได้หมายความว่าฉันจะอยากเป็นเจ้าข้าวเจ้าของอะไรนะ แค่หมายถึงเจ้าบ้าเบสบอลนั่น...
ใช่แล้ว...ทั้งที่เป็นแค่เจ้าบ้าเบสบอลแท้ๆ มีสิทธิอะไรมาทำเมินใส่ฉันที่เป็นถึงมือขวาของรุ่นที่สิบ
เข็มวินาทีเพิ่งจะกระดิกแค่ไม่กี่ครั้ง แต่กลับรู้สึกว่าเวลาช่างผ่านไปยาวนานเสียจริงๆ
บรรยากาศน่าอึดอัดที่โอบล้อมทำให้เส้นความอดทนของฉันขาดผึงจนได้..
"จะกลับบ้านแล้ว!!"
ฉันหันหลังให้หมอนั่นและฝูงชนแล้วเริ่มออกวิ่ง
เพราะแกคนเดียวยามาโมโตะ! เพราะแกเลยที่ทำให้ฉัน....
ทำให้ฉัน.....
...เอ้อ.....
....ทำให้อะไรก็ไม่รู้....
โธ่เว้ยย....นั่นแหละที่ทำให้หงุดหงิด!!!
..............................................
..........................
ทัศนียภาพรอบตัวค่อยๆเปลี่ยนแปลงไป จนกระทั่งแสงไฟวิบวับยามค่ำคืนจากร้านรวงต่างๆถูกแทนที่แสงสลัวจากเสาไฟริมถนน
ฉันชะลอฝีเท้าตรงก่อนจะถึงทางแยกที่เคยเดินผ่านเป็นประจำ แล้วหยุดนิ่งท่ามกลางความเงียบสงัดอยู่ตรงนั้น
ที่ตรงนี้...จุดที่ปกติจะเดินแยกไปคนละทางกับหมอนั่นเวลาเดินกลับบ้านด้วยกัน
เสียงฝีเท้าถี่ๆดังขึ้นตรงหน้า ตามด้วยเงามืดที่ทอดตัวยาวออกมาจากหัวมุมถนน
นึกถึงหมา....หมาก็มา!!
"ยามาโมโ--!!!"
"...."
ก็อยากเอี้ยวตัวหลบตอนที่หมอนั่นวิ่งเข้ามากอดอยู่หรอกนะ...
...แต่ว่าขามันไม่ยอมขยับแล้วนี่สิ
"ขอโทษ" เจ้าคนที่ชอบทำตัวเหมือนลูกหมาพึมพำเสียงอ่อน
น่าเสียดายที่มืดไปหน่อย แถมมุมที่กอดกันอยู่อย่างนี้ยังมองไม่เห็นหน้ากันซะด้วย ไม่งั้นคงได้เห็นสีหน้าบื้อๆแล้วก็จะได้หัวเราะใส่ให้ดังๆไปเลย
"ฉันรู้ว่าทำให้นายรำคาญ ขอโทษนะ"
...ก็รู้ตัวเหมือนกันนี่หว่า...
ฉันเอื้อมมือไปแตะไหล่ที่กว้างกว่าของตัวเองเยอะ หน้าอกที่แนบอยู่กับใบหน้าฉันยังกระเพื่อมขึ้นลงถี่ๆ เดาว่าคงยังไม่หายเหนื่อยจากที่วิ่งตามมาดักอีกทาง
...พอคิดอย่างนี้แล้วก็รู้สึกดีขึ้นมายังไงก็ไม่รู้สิ...
"แกมันงี่เง่า!"
ได้ยินเสียงตัวเองพึมพำกับแผ่นอกของเจ้านั่น เสียงที่พูดออกมาฟังดูอู้อี้พิกลราวกับไม่ใช่เสียงตัวเอง
"แต่เอาเถอะ เห็นแก่ที่วิ่งตามมา"
รอบตัวมีเพียงเสียงหายใจหอบเบาๆ แล้วก็เสียงลมหวีดหวิวที่แทรกมาเป็นระยะที่พัดเอาความหนาวเย็นของยามค่ำคืนติดมาด้วย...
ฉันเบียดตัวเข้าไปใกล้ขึ้นอีก ไม่ยักรู้ว่าเจ้าบ้านี่จะตัวอุ่นชะมัด...เหมือนหมาจริงๆด้วย รู้ตัวอีกทีก็เผลอเอื้อมมือไปโอบรอบเอวหมอนั่นซะแน่นไปแล้วไม่รู้ตั้งแต่เมื่อไหร่
ไม่ได้ตั้งใจจริงๆนะ...ไม่ได้ตั้งใจเลยสักนิด!!
"ครั้งนี้จะยกโทษที่ทำให้หงุดหงิดก็ได้"
นั่นเสียงฉันจริงๆเหรอ..?
มือที่เลื่อนไปแตะที่แก้มทั้งสองข้างของคนตรงหน้า...
นั่นก็มือฉันจริงๆเหรอ...?
อา...แล้วก็เอาเกียรติของมือขวารุ่นที่สิบเป็นประกันเลยก็ได้
ฉันไม่ได้ตั้งใจจะเงยหน้าขึ้นมา ไม่ได้ตั้งใจจะมองลึกเข้าไปในดวงตาสีน้ำตาลคู่นั้น
ไม่ได้อยากจะยืนเขย่งบนปลายเท้าของตัวเอง
...แล้วก็ไม่ได้ตั้งใจให้ริมฝีปากเราแตะกันเลยสักนิด...
..บางที คนที่บ้าไปแล้วอาจจะเป็นฉันเองก็ได้
.............................................................
........................................
จริงๆก็ไม่ได้เกลียดหมาหรอกนะ
แล้วก็ถ้าเลิกทำตัวงี่เง่า เอาไว้ฉันจะซื้อปลอกคอให้
-The End-
เรื่องก่อนว่าเมาแล้ว เรื่องนี้ยิ่งเมาหนัก ฮา
จริงๆแล้วนังเรนนี่ชอบเรื่องก่อนที่เป็นความคิดของยามะต่อก๊กคุงมากกว่าล่ะ เปรียบเทียบกับน้องแมวแล้วง่ายกว่าพูดถึงหมาเยอะเลย
แต่งของก๊กคุงแล้วเหนื่อย คุณเธอดูสับสนในตัวเอง คิดเองแล้วก็แก้เองตลอดเรื่อง ใส่มากกว่านี้อีกหน่อยก็คงจะกลายเป็นฟิกรั่วไปแล้ว 555
แบบว่ารักแต่ก็ไม่อยากยอมรับ แถมยังขี้โวยวายอีก (สังเกตว่านังเรนนี่ใช้เครื่องหมาย "!" เปลืองมากเลย) หลุดคาแรกเตอร์ไปเยอะรึเปล่าก็ไม่รู้ แหะๆ รู้สึกก๊กคุงฟิกนี้แอบปากจัดด้วยล่ะ *หัวเราะ*
เลือกใช้คำแทนตัวของโกคุกับผู้อ่านว่า "ฉัน" ฟังดูแปลกเหมือนกัน แต่คิดว่าถ้าใช้ "ผม" คงจะฟังดูประหลาดกว่า...
ในส่วนของประโยคสุดท้าย ไม่รู้จะมีใครคิดเหมือนนังเรนนี่รึเปล่า...
ที่ว่า "...เอาไว้จะซื้อปลอกคอให้" โดยส่วนตัวแล้วคิดว่าปลอกคอที่ว่าเปรียบเทียบเป็นการแสดงความเป็นเจ้าของ...ดังนั้น ถ้ายามะเลิกงี่เง่า(ในสายตาก๊กคุง)เมื่อไหร่ ก๊กก็คงจะยอมรับว่ารักซะทีเนอะ ฮา
คิดไปนู่นเชียว
ปล.ห่วงโซ่อาหารเมื่อเอ็นทรี่ก่อน ท่านใดจำไปตอบสอบแล้วเกิดความเสียหายใดๆขึ้นมา นังเรนนี่ไม่รับผิดชอบนะคะ...ฮา
ปล.2 รูปดอกทานตะวันรัญจวญใจเมื่อเอ็นทรี่นี้ >>[8059]บนเปลญวนกลางสวนทานตะวัน<< ที่บอกว่าเอาเข้าร่วมคอนเทสต์ของ 8059 club ที่ Deviantart ได้ที่หนึ่งด้วยล่ะค่ะ แฮ่ๆ ได้ subscription มา 3 เดือน ดีใจมากมายแต่ก็ไม่ค่อยมีเวลาเล่น DA ซีดดดดดด
แล้วพบกันเอ็นทรี่หน้าค่ะ ^_^~











ปากจัดคืออาการซึน เพราะซึนถึงปากจัด ปากจัดเพราะรัก แอร๊ยยยยยย <<< บ้า
กุ๊ดจี่ Digital High Quality
แมวเนี่ยชอบเป็นเจ้าของมากกว่าโดนเป็นเจ้าของนี่เนอะ เดี๋ยวก็มา เดี๋ยวก็ไป ถ้าตื๊อไม่เก่งต้องแย่แน่เลย
รูปได้รางวัลนี่น่าดีใจจริงๆค่ะ เพราะชอบรูปนั้นมาก ๆ มีคนชอบเหมือนกันแล้วดีใจจริงเอย
#1 By talalan on 2009-07-25 04:00