~[KHR Fic] - Just Like a Dog!~

posted on 24 Jul 2009 17:48 by rainy-day  in Fiction, KHR

 

สวัสดีค่ะ ^_^~

 

วันนี้กลับมาพร้อมกับอะไรที่ดูเหมือนจะเป็นภาคต่อจากเจ้านี่ >>~[KHR Fic] - Just Like A Cat!~<<

จริงๆไม่ใช่เรื่องเดียวกันหรอกค่ะ  จะว่าเหมือนเป็น sequel ก็ไม่เชิง  มันสืบเนื่องมาจากคนเขียนเองมากกว่า 

 

ไม่ต้องอ่านเรื่องเก่าก็รู้เรื่อง แต่อ่านก็อาจจะได้อีกอารมณ์นึง(มั้ง?)ค่ะ...ฮา

 

 

***Warning : เนื้อหาที่กำลังจะกล่าวถึงต่อไปนี้ เป็นเรื่องเกี่ยวกับ "ชายรักชาย" ค่ะ

 หากท่านไม่ชอบหรือรับไม่ได้ รบกวนปิดเอ็นทรี่นี้นะคะ  ^_^~  

 

 

Title :Just like a Dog!


Paring : 8059
Rate : PG-13
 

 

 

 

 

 

 

...ยามาโมโตะ ทาเคชิ...

 

 

 

 

หมอนั่นมันงี่เง่า!

 

 

 

 

หน้าด้าน  ฉวยโอกาส  ปัญญาอ่อน  น่าหมั่นไส้ บ้าเบสบอล ขายซูชิ!!

ทำอะไรก็ผิดทั้งนั้นแหละ! 

 

 

 

อ้อ...แล้วยังปัญญาอ่อนด้วย...!! 

 

หือ? บอกไปแล้วงั้นเหรอ 

ช่างเถอะ...พูดซ้ำอีกกี่ครั้งก็ยังปัญญาอ่อนอยู่ดี 

 

 

 

หรือไม่จริง...?

 

คนที่ปล่อยยิ้มล้านโวลต์ได้ทั้งวี่ทั้งวันโดยไม่มีเหตุผลน่ะ  คิดว่าปกติดีแน่แล้วรึไง...?  นามิโมริควรจะมีการตรวจคัดกรองทางจิตเวชสำหรับนักเรียนซะบ้างก็ดีเหมือนกันนะ  ให้คนเพี้ยนๆแบบนี้วนเวียนอยู่รอบตัวรุ่นที่สิบเป็นอะไรที่ไม่น่าไว้วางใจเอาซะเลย

 

 

 

"เอามือแกออกไปจากไหล่รุ่นที่สิบนะเว้ย!!"

 

...รอบที่ล้าน  บอกกี่ครั้งไม่เคยเข้าหัว 

หมอนี่มันคงโง่กู่ไม่กลับแล้ว  คุณค่าทางอาหารจากสารพัดปลาบนหน้าซูชิไม่ได้ทำให้สมองพัฒนาขึ้นเลย

 

"แล้วก็เอามันออกไปจากไหล่ฉันด้วย!"

 

 

 

ไอ้รอยยิ้มล้านโวลต์ของมันเหมือนจะเพิ่มเป็นสิบล้านโวลต์ตั้งแต่เมื่อไหร่กัน 

แล้วยังท่าทางระริกระรี้อย่างกับหมาเห็นเจ้าของนั่นอีก

 

 

น่าหมั่นไส้!!

 

 

 

 

"วันนี้มีเรื่องอะไรดีๆเหรอโกคุเดระคุง"

 

"เอ๋?"

เรื่องดีๆ...?

 

 

"เรื่องดีๆอะไรเหรอครั--อ๊ะ!!!"

 

 

 มือใหญ่ๆของหมอนั่น...น่าอิจฉาชะมัด 

 เว้ยยยยย....ไม่ใช่!!

 

น่ารำคาญเป็นบ้าต่างหาก!!

 

ก็บอกว่าให้ปล่อย  แต่นอกจากไม่ทำตามแล้วยังดึงเข้าไปใกล้อีก  แถมช่วงหลังๆมานี้ชักหนักข้อขึ้นเรื่อยๆ พอหันไปมองตั้งใจจะให้รู้สำนึกซะบ้างก็เอียงคอทำหน้าทะเล้นใส่...

 

...เอ้อ...หมายถึงทำหน้างี่เง่าเหมือนลูกหมาเอ๋อๆน้ำลายยืดน่ะ

 

 

ก่อนที่จะมีเรื่องกันไปมากกว่านี้  รุ่นที่สิบก็ชิงพูดต่อเสียงน่ารัก

 

"...วันนี้โกคุเดระคุงดูอารมณ์ดี"   

 

 

ไม่เห็นเข้าใจสักนิดว่า 'อารมณ์ดี' ที่ว่ามันคืออะไร   ถ้าบอกว่าดูหงุดหงิดยังจะฟังดูสมเหตุสมผลมากกว่า

 

 

"เห็นโกคุเดระคุงนั่งอมยิ้มคนเดียวมาตั้งแต่เมื่อกี้แล้ว..." 

 

 

"ห๊ะ!!?"

เดาว่าคงฟังอะไรผิดไปนิดหน่อย

"...อ....อมยิ้ม.......เหรอครับ!?"

 

 

คำว่า 'อมยิ้ม' กับ 'โกคุเดระ' มันไม่ควรจะมาอยู่ในประโยคเดียวกันได้เลยไม่ใช่รึไง!!!

 

 

 

"นายก็คิดงั้นเหมือนกันเหรอสึนะ"

 

ฉันสะดุ้งเล็กน้อย  โอเค...รู้แล้วน่าว่ามือขวาที่ดีไม่ควรมาสะดุ้งกะอีแค่เสียงร้องหงิงๆของเจ้าหมาที่กระดิกหางดุ๊กดิ๊กน่ารำคาญ  

แต่ก็แค่นิดหน่อยเท่านั้นแหละ  เหมือนตอนลูกหมาพยายามเอาเขี้ยวทื่อๆมาง่ำเบาๆที่นิ้วน่ะ  ไม่เคยโดนเหรอ...?

 

 

เจ้าบ้านั่นขยับตัวยุกยิกแล้วหันมามองด้วยสีหน้าที่พวกผู้หญิงเรียกว่าอะไรนะ...

 

 

ใสซื่อ....?

 

 

น่ารัก.........?

 

 

 

บ้าไปแล้ว...ยัยพวกนี้ต้องตกภาษาญี่ปุ่นแน่ๆ!

 

 

 

"นายน่าจะยิ้มบ่อยขึ้นอีกนะโกคุเดระ" 

น้ำเสียงอย่างกับจะเว้าวอนจนน่าหมั่นไส้นั่นทำให้ฉันนึกถึงเสียงงี๊ดๆของเจ้าหมาจรจัดแถวบ้านซะจริง

 

 

"ใครถามความเห็นแกห๊ะ!"

 

 

"นายยิ้มแล้วดูดีออก" 

 

 

"ฉันยิ้มให้รุ่นที่สิบคนเดียวว้อย!" 

 

 

"ฮะๆๆ  ไหนร้องชีสสสส~ดูซิ"

 

 

"อย่ามาล้อเล่นกับฉันนะเจ้าบ้า!!!"

 

 

"ฉันชอบมากเลย!"

 

 

 

หมอนี่ไม่ได้ฟังที่ฉันพูดเลยซักกะติ๊ด! 

โทษทีนะที่ฉันคุยเป็นภาษาหมาให้แกเข้าใจไม่ได้!

 

 

 

"จริงๆนะ"

ยังจะมีหน้ามายืนยันหนักแน่นแล้วก็หัวเราะร่า  สุดท้ายแล้วรุ่นที่สิบก็พาลก้มลงไปหัวเราะคิกคักด้วย  

บ้าชะมัด  เจ้าเบื๊อกนี่ทำให้ภาพพจน์มือขวาที่ดีของฉันเสียหายหมดแล้ว!

 

 

กิจวัตรประจำวัน ซึ่งในที่นี้หมายถึงทะเลาะกับยามาโมโตะก่อนกลับบ้าน ยังคงดำเนินต่อไป  จนกระทั่งรุ่นที่สิบลุกพรวดพราดขึ้นมาหน้าตาตื่น

"อ๋า...ลืมซะสนิทเลย!  ยามาโมโตะ โกคุเดระ  ฉันต้องไปก่อนแล้วล่ะ"

 

"เอ๋?"

 

"เย็นนี้แม่มีธุระ  ต้องรีบกลับไปดูแลแรมโบ้กับอี้ผิง"

 

 

"งั้นให้ผมไปส่งนะครับ"

ฉันรีบชิงพูดก่อนที่เจ้ายามาโมโตะจะเสนอหน้ามาขโมยซีนอย่างที่มักจะโดนประจำ

 

รุ่นที่สิบส่ายหน้าไปมาจนผมยุ่งๆสีน้ำตาลพริ้วไหวพร้อมกับยกมือเป็นเชิงห้าม

"ไม่ต้องหรอก...เย็นนี้จริงๆแล้วต้องไปซื้อของทำรายงานนี่นา"

 

"ก็ให้เจ้าบ้าเบสบอลไปจัดการไงครับ"

 

รุ่นที่สิบหัวเราะเฝื่อนๆ  พร้อมกับมองไปทางเจ้าเอ๋อที่นั่งอยู่ข้างๆ 

คิดไปเองรึเปล่าว่าเหมือนจะมีเลศนัยแอบแฝงยังไงก็ไม่รู้...

 

 

 

แต่ไม่หรอกมั้ง

 

 

รุ่นที่สิบออกจะใสซื่อ

ส่วนหมอนี่ก็...

 

 

นึกแล้วก็เหลือบมองเจ้าคนกำลังที่นั่งฉีกยิ้มอย่างบ้าคลั่ง

เจ้านี่ก็ดูจะไร้เดียงส--  เอ้อ....หมายถึงโง่น่ะ...คงโง่เกินกว่าจะมีลับลมคมในอะไรได้

 

 

 

"โกคุเดระคุงช่วยหน่อยเถอะนะ...ถ้านายไม่ไปช่วยเลือกของด้วยงานกลุ่มต้องล่มแหงเลย"

 

 

อ...โอย....

สายตาแบบนั้นต้องเป็นหนึ่งในท่าไม้ตายที่แข็งแกร่งที่สุดของรุ่นทีสิบแน่ๆ โดนที่ไรก็ไม่เคยปฏิเสธได้สักครั้ง

 

 

"ขอโทษด้วยจริงๆที่ไปด้วยไม่ได้  แต่ฝากด้วยนะ"

ฝากด้วยนะงั้นเหรอ!

 

 

"ฉันเชื่อใจโกคุเดระคุงล่ะ"

เชื่อใจฉันงั้นเหรอ!

 

 

ร....รุ่นที่สิบคร้าบบบบบบบบบบบบบบบบบบบ

รุ่นที่สิบเชื่อใจฉัน  รุ่นที่สิบฝากความหวังไว้ที่ฉัน  รุ่นที่สิบเชื่อมั่นในตัวฉันมากกว่าเจ้าบ้าเบสบอล!!

 

 

 

"งั้นฉันไปก่อนนะ"

 

 

 

 

...............................................

 

 

..........................

 

 

 

 

น่าหงุดหงิดตัวเองที่มัวแต่เคลิ้มกับคำพูดของท่านรุ่นที่สิบ...

 

 

 

จนลืมไปเลยว่าต้องไปกับเจ้าเอ๋อนี่สองคน!! 

 

 

แถมซื้อของเสร็จแล้วยังโดนลากไปลากมาจนดึกป่านนี้  ทั้งที่ตั้งใจจะกลับบ้านตั้งนานแล้วแท้ๆ

...แต่ว่า..

 

 

"อ๊ะ...โกคุเดระ  ดูนั่นสิ"

 

 

 

"เออ"

หยุดกระดิกหางได้แล้วเจ้าบ้า

 

 

"โห  เสื้อนี่สุดยอด  ฉันว่าต้องเหมาะกับนายแน่เลย"

 

 

 

"แกจะบ้าเรอะ! ฉันไม่ใส่ของพรรค์นั้นเด็ดขาด"

แล้วก็อย่ามาทำเป็นแลบลิ้นแหะๆน้ำลายเยิ้มใส่ฉันด้วย

 

 

 

"ตรงนั้นคนมุงอะไรกันน่ะ...ไปดูกันเหอะ"

 

 

"อย่ามาจับมือนะแก๊!"

เจ้าหมาลามปาม  เล่นด้วยหน่อยก็เลียไม้เลียมือ! 

 

 

 

"....โกคุเดระดูนั่น"

 

 

 

"อ๊ะ..ทางนี้"

 

 

 

"หวาว...ไอ้นี่เจ๋งสุดๆไปเลย"

 

 

 

"...โกคุเดระ...."

 

 

 

 

 

"....โกคุเดระ...."

 

 

 

 

"...โกคุเดระ..."

 

 

 

 

"โกคุ--"

 

 

 

 

 

 

ไอ้บ้า!!!!

 

 

ฉันไม่ได้จูงแกมาเดินเล่นนะว้อย!!! ลากไปโน่นไปนี่อยู่ได้!

 

 

 

"นี่ๆ แวะกินไอติมกันมั้ย"

ยังไม่ทันจะได้โวยวายอะไรให้หายหงุดหงิด...หมอนี่ก็เอาอีกแล้ว

 

 

"ให้มันน้อยๆหน่อย...ฉันจะกลับบ้าน!"

 

 

"น่าๆ ร้านนั้นน่ะบรรยากาศดีสุดๆ"

 

 

 

 

"เซ้าซี้อยู่ได้!!  จะทำตัวน่ารำคาญไปถึงไหนวะ!"

 

 

เสียงตวาดนั้นดังพอจะเรียกคนทั้งถนนให้หันมามอง...

 

เงียบกันไปชั่วขณะกว่าที่ผู้คนโดยรอบจะหยุดอึ้งแล้วหันไปซุบซิบอะไรกันที่ฉันไม่สนใจอยากรู้  จากนั้นก็เดินสัญจรต่อไปเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น...

 

 

...เว้นก็แต่หน้าตาสลดหดหู่อย่างกับเรื่องเศร้าทั้งหมดในสามโลกมากองอยู่ตรงหน้าของเจ้าคนที่ทำตัวกระดี๊กระด๊าเหมือนหมามาทั้งวันนี่แหละ....

 

 

 

 

ฉันไม่ได้ทำอะไรผิดใช่มั้ย...?

 

เจ้าหมาดื้อที่พูดไม่รู้จักฟัง  มันก็ต้องดุกันซะบ้างไม่เห็นแปลก?

 

 

 

ฉันไม่ผิดนะเว้ย....

 

 

 

เพราะงั้นก็อย่ามามองหน้าฉันตาละห้อยอย่างงั้นสิไอ้บ้า!!!!

 

 

 

 

ที่สุดแล้วก็ทนคันปากยุบยิบไม่ไหว  ต้องถามมันออกไปก่อนจนได้

"แกเป็นอะไรของแกห๊ะ" 

 

 

"...."

 

 

บ้าเอ๊ย...! อย่ามาทำท่าหางหูตกเรื่อยเปื่อยนักจะได้มั้ย

 

 

 

"ยามาโมโตะ...ฉันถามแกอยู่นะเว้ย!"

 

 

 

"...."

 

 

 

ไม่ยอมตอบอะไรออกมาซักแอะ

..นอกจากงี่เง่าแล้วยังดื้ออีกด้วย...!

 

 

 

ฉันไม่ชอบง้อใคร...แล้วก็เกลียดการอ่อนข้อให้คนอื่นเป็นที่สุด!

 

แต่นี่แกปล่อยฉันพูดคนเดียวมาสองประโยคแล้วนะไอ้บ้าเบสบอล! 

 

 

 

เรายืนนิ่งกันอยู่อย่างนั้น  ฉันจ้องหน้าหมอนั่นเขม็งหลังจากที่สรุปกับตัวเองเป็นที่เรียบร้อยว่าแกนั่นแหละที่ผิด...และอีกนัยหนึ่งเพื่อเป็นการกดดันให้พูดอะไรออกมาบ้างสิเฟร่ย!

 

 

แต่หมอนั่นก็เอาแต่เงียบ

รอยยิ้มล้านโวลต์ตอนนี้ดูเหมือนจะเป็นแค่แสงไฟริบหรี่..

 

 

 

...ชักหงุดหงิดซะแล้ว...

ฉันจะไม่ทนแล้วนะเจ้าบ้า!

 

 

เจ้าหมาที่ไม่เชื่อฟังเจ้าของก็ไม่มีความจำเป็นจะต้องไปสนใจไม่ใช่รึไง!

 .....แฮ่ม.....

 

..ไม่ได้หมายความว่าฉันจะอยากเป็นเจ้าข้าวเจ้าของอะไรนะ  แค่หมายถึงเจ้าบ้าเบสบอลนั่น...

ใช่แล้ว...ทั้งที่เป็นแค่เจ้าบ้าเบสบอลแท้ๆ มีสิทธิอะไรมาทำเมินใส่ฉันที่เป็นถึงมือขวาของรุ่นที่สิบ

 

 

 

 

เข็มวินาทีเพิ่งจะกระดิกแค่ไม่กี่ครั้ง  แต่กลับรู้สึกว่าเวลาช่างผ่านไปยาวนานเสียจริงๆ 

บรรยากาศน่าอึดอัดที่โอบล้อมทำให้เส้นความอดทนของฉันขาดผึงจนได้..

 

"จะกลับบ้านแล้ว!!"

 

 

ฉันหันหลังให้หมอนั่นและฝูงชนแล้วเริ่มออกวิ่ง

 

 

 

 

เพราะแกคนเดียวยามาโมโตะ!  เพราะแกเลยที่ทำให้ฉัน....

 

 

 

 

ทำให้ฉัน.....

 

 

 

 

...เอ้อ.....

 

 

 

 

....ทำให้อะไรก็ไม่รู้....

 

 

โธ่เว้ยย....นั่นแหละที่ทำให้หงุดหงิด!!!

 

 

 

 ..............................................

 

 

..........................

 

 

 

ทัศนียภาพรอบตัวค่อยๆเปลี่ยนแปลงไป  จนกระทั่งแสงไฟวิบวับยามค่ำคืนจากร้านรวงต่างๆถูกแทนที่แสงสลัวจากเสาไฟริมถนน

 

ฉันชะลอฝีเท้าตรงก่อนจะถึงทางแยกที่เคยเดินผ่านเป็นประจำ  แล้วหยุดนิ่งท่ามกลางความเงียบสงัดอยู่ตรงนั้น

ที่ตรงนี้...จุดที่ปกติจะเดินแยกไปคนละทางกับหมอนั่นเวลาเดินกลับบ้านด้วยกัน

 

 

 

เสียงฝีเท้าถี่ๆดังขึ้นตรงหน้า  ตามด้วยเงามืดที่ทอดตัวยาวออกมาจากหัวมุมถนน

 

 

 

นึกถึงหมา....หมาก็มา!!

 

 

 

"ยามาโมโ--!!!"

 

 

 

 

"...."

 

 

 

 

 

 

ก็อยากเอี้ยวตัวหลบตอนที่หมอนั่นวิ่งเข้ามากอดอยู่หรอกนะ...

 

 

 

 

 

...แต่ว่าขามันไม่ยอมขยับแล้วนี่สิ

 

 

 

 

"ขอโทษ"  เจ้าคนที่ชอบทำตัวเหมือนลูกหมาพึมพำเสียงอ่อน

น่าเสียดายที่มืดไปหน่อย  แถมมุมที่กอดกันอยู่อย่างนี้ยังมองไม่เห็นหน้ากันซะด้วย  ไม่งั้นคงได้เห็นสีหน้าบื้อๆแล้วก็จะได้หัวเราะใส่ให้ดังๆไปเลย

 

 

"ฉันรู้ว่าทำให้นายรำคาญ ขอโทษนะ"

 

 

 

...ก็รู้ตัวเหมือนกันนี่หว่า...  

 

 

 

ฉันเอื้อมมือไปแตะไหล่ที่กว้างกว่าของตัวเองเยอะ  หน้าอกที่แนบอยู่กับใบหน้าฉันยังกระเพื่อมขึ้นลงถี่ๆ  เดาว่าคงยังไม่หายเหนื่อยจากที่วิ่งตามมาดักอีกทาง 



...พอคิดอย่างนี้แล้วก็รู้สึกดีขึ้นมายังไงก็ไม่รู้สิ...

 

 

 

 

 

"แกมันงี่เง่า!"

ได้ยินเสียงตัวเองพึมพำกับแผ่นอกของเจ้านั่น  เสียงที่พูดออกมาฟังดูอู้อี้พิกลราวกับไม่ใช่เสียงตัวเอง

"แต่เอาเถอะ  เห็นแก่ที่วิ่งตามมา" 

 

 

รอบตัวมีเพียงเสียงหายใจหอบเบาๆ แล้วก็เสียงลมหวีดหวิวที่แทรกมาเป็นระยะที่พัดเอาความหนาวเย็นของยามค่ำคืนติดมาด้วย...

 

ฉันเบียดตัวเข้าไปใกล้ขึ้นอีก  ไม่ยักรู้ว่าเจ้าบ้านี่จะตัวอุ่นชะมัด...เหมือนหมาจริงๆด้วย  รู้ตัวอีกทีก็เผลอเอื้อมมือไปโอบรอบเอวหมอนั่นซะแน่นไปแล้วไม่รู้ตั้งแต่เมื่อไหร่

 

 

 

 

 

ไม่ได้ตั้งใจจริงๆนะ...ไม่ได้ตั้งใจเลยสักนิด!!

 

 

 

 

 

"ครั้งนี้จะยกโทษที่ทำให้หงุดหงิดก็ได้"

นั่นเสียงฉันจริงๆเหรอ..?

 

 

 

 

มือที่เลื่อนไปแตะที่แก้มทั้งสองข้างของคนตรงหน้า...

นั่นก็มือฉันจริงๆเหรอ...?

 

 

 

 

 

 

อา...แล้วก็เอาเกียรติของมือขวารุ่นที่สิบเป็นประกันเลยก็ได้

 

 

 

 

 

ฉันไม่ได้ตั้งใจจะเงยหน้าขึ้นมา  ไม่ได้ตั้งใจจะมองลึกเข้าไปในดวงตาสีน้ำตาลคู่นั้น

 

 

 

 

 

 

ไม่ได้อยากจะยืนเขย่งบนปลายเท้าของตัวเอง

 

 

 

 

 

 

 

...แล้วก็ไม่ได้ตั้งใจให้ริมฝีปากเราแตะกันเลยสักนิด...

 

 

 

 

 

 

 

 


..บางที  คนที่บ้าไปแล้วอาจจะเป็นฉันเองก็ได้

 

 

 

 

 

 .............................................................

 

 

........................................

 

 

 

 

จริงๆก็ไม่ได้เกลียดหมาหรอกนะ

 

 

 

 

 

 

แล้วก็ถ้าเลิกทำตัวงี่เง่า  เอาไว้ฉันจะซื้อปลอกคอให้

 

 

 

 

-The End-

 

 

 

 

เรื่องก่อนว่าเมาแล้ว  เรื่องนี้ยิ่งเมาหนัก  ฮา 

 

จริงๆแล้วนังเรนนี่ชอบเรื่องก่อนที่เป็นความคิดของยามะต่อก๊กคุงมากกว่าล่ะ  เปรียบเทียบกับน้องแมวแล้วง่ายกว่าพูดถึงหมาเยอะเลย

 

 

แต่งของก๊กคุงแล้วเหนื่อย  คุณเธอดูสับสนในตัวเอง คิดเองแล้วก็แก้เองตลอดเรื่อง  ใส่มากกว่านี้อีกหน่อยก็คงจะกลายเป็นฟิกรั่วไปแล้ว 555

แบบว่ารักแต่ก็ไม่อยากยอมรับ แถมยังขี้โวยวายอีก (สังเกตว่านังเรนนี่ใช้เครื่องหมาย "!" เปลืองมากเลย)  หลุดคาแรกเตอร์ไปเยอะรึเปล่าก็ไม่รู้ แหะๆ  รู้สึกก๊กคุงฟิกนี้แอบปากจัดด้วยล่ะ *หัวเราะ* 

 

เลือกใช้คำแทนตัวของโกคุกับผู้อ่านว่า "ฉัน" ฟังดูแปลกเหมือนกัน  แต่คิดว่าถ้าใช้ "ผม" คงจะฟังดูประหลาดกว่า...

 

 

ในส่วนของประโยคสุดท้าย  ไม่รู้จะมีใครคิดเหมือนนังเรนนี่รึเปล่า...

ที่ว่า "...เอาไว้จะซื้อปลอกคอให้"  โดยส่วนตัวแล้วคิดว่าปลอกคอที่ว่าเปรียบเทียบเป็นการแสดงความเป็นเจ้าของ...ดังนั้น  ถ้ายามะเลิกงี่เง่า(ในสายตาก๊กคุง)เมื่อไหร่  ก๊กก็คงจะยอมรับว่ารักซะทีเนอะ  ฮา 

คิดไปนู่นเชียว

 

ปล.ห่วงโซ่อาหารเมื่อเอ็นทรี่ก่อน  ท่านใดจำไปตอบสอบแล้วเกิดความเสียหายใดๆขึ้นมา นังเรนนี่ไม่รับผิดชอบนะคะ...ฮา

ปล.2 รูปดอกทานตะวันรัญจวญใจเมื่อเอ็นทรี่นี้ >>[8059]บนเปลญวนกลางสวนทานตะวัน<< ที่บอกว่าเอาเข้าร่วมคอนเทสต์ของ 8059 club ที่ Deviantart ได้ที่หนึ่งด้วยล่ะค่ะ  แฮ่ๆ ได้ subscription มา 3 เดือน  ดีใจมากมายแต่ก็ไม่ค่อยมีเวลาเล่น DA ซีดดดดดด

 

แล้วพบกันเอ็นทรี่หน้าค่ะ  ^_^~

 

 

 

 

 

 

 

 

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

Tweet

ก๊คจ๊ะ ซือน่ะถึงจะใสซื่อก็มีสุดยอดลางสังหรณ์นะ มติผ่านสภาเรียบร้อยแล้วล่ะ
แมวเนี่ยชอบเป็นเจ้าของมากกว่าโดนเป็นเจ้าของนี่เนอะ เดี๋ยวก็มา เดี๋ยวก็ไป ถ้าตื๊อไม่เก่งต้องแย่แน่เลย

รูปได้รางวัลนี่น่าดีใจจริงๆค่ะ เพราะชอบรูปนั้นมาก ๆ มีคนชอบเหมือนกันแล้วดีใจจริงเอย big smile

#1 By talalan on 2009-07-25 04:00

โอ้ !!! น่ารัก !!

ชอบบๆๆๆๆ

ตอนเห็นยามะในอนิเมครั้งแรก ก็คิดเลยว่าเหมือนหมาน้อยมากๆๆ

....ทั้งหน้าตา...และท่าทาง ><


ส่วนก๊กคุงก็สมกับเป็นก๊กคุงเลย แค่คำพูดธรรมดาของสึนะก็ทำให้เคลิ้มได้

#2 By SoRihl on 2009-07-25 07:58

โกเคะซึนๆแบบนี้ใช่เลย

แอบสงสารยามะตอนที่โดนตวาดมั่กๆอ่ะ

((อยากรู้ว่าคนแถวนั้นซุบซิบอะไรยังเลย))

((บางที่อาจเป็น "นั่นสามีภรรยาทะเลาะอะไรกันน่ะเธอ" "เอ ไม่รู้ซิ สงสัยมือที่สามมั้ง"...))

อิอิ รักแมวน้า และก็รักหมาด้วย ไว้จะเป็นกระป๋องทูน่าคลุกข้าวให้เน้อ

ปล.ดีใจด้วยนะคะที่ได้รางวัล รูปงามจริงๆจร้าcry

#3 By ++//byAkURai//++ on 2009-07-25 08:04

เย้~~~~~ มาอีกแว้วววววว
คริ คริ หมาน้อยน่าเอ็นดูปนรำคาญจริงๆค่ะ แต่พูดถึงการที่คนมันจะรักกันแล้วก็คงต้องมีผ่านความรู้สึกรำคาญกันมาบ้างน่ะเนอะ
ชอบประโยคสุดท้ายมากเลยค่ะ

เอาไว้ฉันจะซื้อปลอกคอให้





ชอบมากกกกก ดู SM ดีคร๊า/โรคจิต

แล้วก็ยินดีกับรูปด้วยจ้า สมควรแล้วที่จะได้ที่ 1 มันน่ารักมากcry

#4 By poomiminn on 2009-07-25 10:42

ขนาดในความคิดของตัวเอง
ก็ยังซึนได้อีกนะก๊กคุง... cry

ใจน่ะไม่ยอมรับ .. ก็การกระทำน่ะไปหมดแล้วว
น่ารักจริงๆค่ะ

#5 By Janeiiz__,, on 2009-07-25 12:39

โกคุ ซึนได้โล่จริงๆ เห็นแก่ตอนจบที่น่ารักจะอภัยให้ก็แล้วกันนะ

แล้วก็สึนะ นี่แอบไปซักซ้อมอะไรกับเจ้าบ้าเบสบอลสมองกลวงกันฮึ อย่าคิดว่าไม่รู้นะแอบส่งสัญญาณอันเร่าร้อนออกมาน่ะ(จริงเรอะ)

ชอบอ่านแบบนี้จังเลยค่ะ ดูมันน่ารักจริงๆ ชอบนึงซึนอีกคนก็เอ๋อแตก แต่แม่งเนียนสุดๆ(ตบหัวยามาโมโตะไปหนึ่งที)

ว่าแต่ คาแรกเตอร์ทั้งสองมันก็ตรงกับน้องหมากับน้องแมวสัตว์กล่องของเค้าจริงๆนะคะเนี่ย โหะๆๆ เดี๋ยวว่างๆแต่งคู่อุริกะจิโร่ให้ดูหน่อยสิเคอะ (โดนตบ)

สุดท้าย โกคุลูก....ถูกสึนะหลอกใช้แต่เต็มใจให้หลอก ก๊ากๆๆ

#6 By Kisskit on 2009-07-25 13:42

อ่านฟิคนี้ยิ่งรู้สึกว่า 8059 เป็นคู่ที่เหมาะกันมากๆ แมวกับหมานี่ปกติดูจะไม่ค่อยถูกกัน แต่พอ 'คลิก' กันขึ้นมานี่แทบจะกรี๊ดเป็นแม่ยกเลยค่ะเวลาเห็นเค้านอนขดเกยกัน cry


แล้วก็ไม่รู้ทำไมนึกถึงจิโร่ซ้อนหน้ายามะขึ้นมา อา... เวลาเอ๋อนี่นายเหมือนหมาน้อยจริงๆ นะทาเคชิคุง sad smileconfused smile

#7 By aleceae on 2009-07-25 15:02

อ่านแล้วทำไมเห็นภาพจิโร่ลอยมาแต่ไกล ฮา

ถ้ายามาโมโตะเป็นยามาโมโตะแบบนี้จริงๆ เราจะรักตายเลยล่ะ ซึ่งเราชอบยามาโมโตะแบบนี้ มากกว่ายามาโมโตะดาร์กอย่างที่เป็นๆอยู่ และเราก็มีความคิดว่ายามาโมโตะสมควรเป็นแบบนี้แหละนะ!

คุวาริก็ว่าโกคุเดระนั้นเหมาะกับคำว่า "ฉัน" มากกว่า "ผม" เหมือนกัน เพราะก๊กคุงจะพูดแต่คำว่า "ผม" กับคนที่ตัวเองยอมรับอย่างรุ่นที่สิบ หรือ รีบอร์น เท่านั้น มันก็แสดงให้เห็นถึงความเป็นคนที่ไม่ยอมก้มหัวให้ใคร หยิ่งผยองในศักดิ์ศรี และหลงฐานะ (ขอใช้ว่าเป็นแบบนั้นจริงๆนะ) เพราะการที่ตัวเองบอกว่า "เป็นมือขวารุ่นที่สิบ" นั่นหมายถึงการเป็นใหญ่ เป็นคนสนิท คนสำคัญของบอส ดังนั้นก็ไม่มีทางลงให้ใครง่ายๆแน่ (อย่าลืมว่าก๊กคุงเป็นลูกหัวหน้าแก๊งค์เหมือนกันนะ) จริงๆแอบบ้าอำนาจนี่หว่า

ส่วนเรื่องความคิด มันก็ซึนแม้กระทั่งตัวมันเองนี่แหละ คนซึนๆจะไม่ยอมรับอะไรง่ายๆ แม้กระทั่งกับตัวเองหรอก (พูดในฐานะที่ซึนเหมือนกัน) จะต้องหาข้อแก้ต่างให้ตัวเองเสมอๆเพราะไม่อยากยอมรับความจริง การที่ไม่ยอมรับว่าตัวเองอาจจะชอบยามาโมโตะเพราะรับไม่ได้หรือเปล่า? (ฮา)

ชอบประโยคสุดท้ายมากมากเลยค่ะ "ไว้จะซื้อปลอกคอให้" น่ะ มันเหมือนกับว่า ถ้ายอมรับในตัวยามาโมโตะได้ก็จะตีตราจองเป็นเจ้าของซะอย่างนั้นเลยนะ แต่ยามาโมโตะคงไม่มีวันเลืกงี่เง่าได้ง่ายๆหรอก เพียงแต่นั่นก็แค่ทำตัวดีๆรอเวลาได้ปลอกคอมา แต่คราวหน้าไม่ได้จะพาหมาไปเดินเล่น แต่โดนมาลากไปต่างหาก เอิ้กกก

ก๊กคุงปากจัดน่ะ ถูกแล้วล่ะค่ะ เราชอบ คุณเรนนี่สื่อความเป็นยามะผ่านโกคุได้ดีมากๆเลยค่ะ คุวาริชอบจัง คนเขียน 8059 ค่อนข้างเยอะนะ แต่เราหาไอ้ที่มันโดนใจจริงๆน่ะน้อย เพราะคาแรคเตอร์ไม่ค่อยตรงกับในสมองเราเลย มีคุณเรนนี่คนหนึ่งล่ะที่เขียนโดนใจ ชอบมากๆเลยค่ะ

ถ้าหา 8059 ดีๆอ่านได้ เราก็คงไม่ต้องเขียน (ฮา)

ขอบคุณที่สละเวลามาเขียนเรื่องดีๆให้อ่านนะคะ

(ยาวเว๊ย)sad smile

#8 By kuwa[R]i... on 2009-07-25 15:40

รูปเปลญวนได้ที่หนึ่งด้วยยยยย กรี๊ด *จุดพลุฉลองงงง*
ดีใจด้วยจ้า cry ดีใจๆๆๆๆ

มาที่ฟิค

ยามะมัน มัน มัน
ไอ้หมาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาา

ทำตัวเหมือนหมามากๆค่ะ ก๊กช่างเปรียบเทียบ สุดยอด
เรนนี่ซังเปรียบเทียบน่ารักดีค่ะ เราชอบบบบบ ฮื้อออออ

ก๊กไม่ปากจัด ก็ไม่ใช่ก๊กสิคะ open-mounthed smile ปากจัดคืออาการซึน เพราะซึนถึงปากจัด ปากจัดเพราะรัก แอร๊ยยยยยย <<< บ้า

เอาอีกๆ cry แต่งอีกค่ะแต่งอีกกกกกก
ลืมๆ แสดงความยินดีที่ได้รางวัลนะคะ *จุดพลุฉลอง*

อา...ที่นี่ช่างมีแต่ความอบอุ่นจริงๆ big smile big smile

#10 By kuwa[R]i... on 2009-07-25 15:41

..ก๊กคุง..

ซึนมาก

ซึนสุดๆ ซึนโฮกๆ

ซึนอะไรอย่างเง๊

คุณเธอเกิดอาการสับสนในตัวเองบ่อยมาก sad smile (สมเป็นก๊กคุง ๕๕๕)
ฟิคนี้น่ารัก น่ารักเพราะก๊กซึน ~ อรั๊ย~>[]<

ปล. *จุดไฟเย็นฉลอง* ไม่มีตังค์ซื้อพลุ ..open-mounthed smile


ว๊ายยยย

น่าร๊าก เกิน ไป แล้ว อ๊ายยยยXD~

ชอบมากเลยค่ะ ตรงที่ก๊กบ่นว่า


...แล้วก็ไม่ได้ตั้งใจให้ริมฝีปากเราแตะกันเลยสักนิด...


กรี๊ดดด

ลูกไม่ได้ตั้งใจเลย...แค่ทำตามความรู้สึกเท่านั้นเองใช่ไหมจ๊ะลูก >////<~~~


....ทำให้อะไรก็ไม่รู้....





โธ่เว้ยย....นั่นแหละที่ทำให้หงุดหงิด!!!


อีหรอบนี้เขาเรียกว่า "ซึน" ไงลูก><~


แล้วก็ถ้าเลิกทำตัวงี่เง่า เอาไว้ฉันจะซื้อปลอกคอให้

อ๊ากกกก ซื้อเลยลูก อย่ารอช้า!!!!! //เริ่มอยากเห็นรูปยามะโฮ่งกะก๊กเหมียวค่ะท่านเรนนี่

#12 By Piekai on 2009-07-25 19:13

ทูน่านายโดนยามะเนียนซ้อมอะไรล่วงหน้ามาก่อนอ๊ะเปล่า
หรือว่ามันเป็นลางสังหรณ์ของวองโกเล่ ฮ่าๆ

อ่านจบแล้วอยากวิ่งไปกอดน้องหมาที่บ้านเลย มีตัวนึงชื่อว่า รีบอร์น
แต่อ่านฟิคนี้จบอยากเปลี่ยนชื่อให้เป็น ยามะ open-mounthed smile

ชอบฟิคมากค่ะ อ่านแล้วอมยิ้ม ถ่ายทอดความรู้สึกของคาแรคเตอร์ออกมาได้ดีมากๆ เลย

ยินดีกับรูปที่ได้ที่หนึ่งด้วยค่ะ รูปนั่นน่ารักแล้วก็ดูอบอุ่นมาก สมรางวัลที่ได้แล้วจ้า confused smile

#13 By elRion on 2009-07-25 19:17

น่ารักมากๆเลยค่ะ

ช่วงกลางเรื่องแอบสงสารยามะด้วย
ก๊กคุงก็ว่ายามะแรงไปนะหนู (ก็เข้าใจว่าก๊กคุงขี้หงุดหงิด)
แต่ให้อภัยค่ะทำตัวน่ารักตอนท้าย

ยามะเนี่ยก็เหมือนน้องหมาจริง รักเจ้าของสุดๆ
ยังไงก๊กคุงก็รีบซื้อปลอกคอให้ไวๆนะ

ดีใจด้วยนะคะที่รูปเปลญวนได้ที่หนึ่ง เราก็ชอบรูปนั้นมากน่ารักดี

#14 By love on 2009-07-25 20:31

หมาโง่(ด่าด้วยความอิจฉาำไฟลุกพรึ่บ)มันต้องคู่กับแมวซึน นี่แหละ ช่ายยยยเลยยยยยย

ออกมาน่ารักเหมือนเดิมเลยนะคะ แล้วก็..รูปน่ารักไง ฟิคก็น่ารักงั้นเลย

แสดงความยินดีด้วยนะคะ

#15 By +~ZiZZy~+ on 2009-07-25 21:27

เหวยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยย
มาแล้วววววววววววววววววววววววววววววววววววววววววววว
คิดถึงคอมเมนท์ยาวๆของเรามั้ย?
(เรนนี่จัง : ไม่เว้ยยย ไปให้โพ้นนนนน)
(เฟล่อน : ไม่! *กระดิกหางระิริกระรี้เข้าใส่*)

-------


ของก่อนเหอะ
มันฮามวากกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกก

หน้าด้าน ฉวยโอกาส ปัญญาอ่อน น่าหมั่นไส้ บ้าเบสบอล ขายซูชิ!! <<< ไอ้ขายซูชินี่มันผิดตรงหน๊ายยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยย
กร๊ากกกกกกกกกกกกกกกกกกกกก ฮาไปร้อยหน่วยยยยยยยยยยยยยย
ยกปุ่มโหวตให้เล้ยยยยยยยย
ด่าได้ฮาโมเอ้สมเป็นโกคุ!

อ่านแล้วแบบว่าขำความคิดโกคุ ทุกประโยคมันจะต้องมีอะไรมาให้ขัดกันเองอยู่เรื่อย
มันถึงได้ฮา!
มันถึงได้น่ารัก!!!!
มันถึงได้น่ารัก!!!!
(อาว พูดซ้ำเหรอ? เออ ช่างมันเถอะ น่ารักก็คือน่ารักนั่นแหละน่ะ!)

ตอนยามะหูลู่หางตกนี่ก๊าวใจมากค่าาาาาาา
ถึงขนาดอยากตั้งชื่อใหม่ให้เลยทีเดียว (เว่อปายยยยย)
แต่มันก็อิมเมจหมาจริงๆน่ะแหละ

ขำตอนที่ไปเดินซื้อของ
ยังกะพามาเดินเล่นจริงๆ!!
กร๊ากกกกกกกกกกกกกกก แค่คิดก็ฮาไปสามวันแล้ว ฮาอะไรขนาดนี้!!
จริงๆยามะช่วงแรกๆที่เราชอบน่ะ เพราะว่ามันอิมเมจคล้ายๆแบบนี้แหละมันถึงได้น่ารัก
แบบว่าที่จริงฉากหน้าก็ไม่ได้คิดอะไรนะ ไม่ได้หวังอะไรด้วย
แบบที่จริงไปซื้อของคนเดียวก็ได้นะ แต่แหม...มันก็ลำบากใช่มั้ยล่ะ?
พอมาถึงตรงนี้ มันก็ต้องมีแผน(?)ทำอะไรสักอย่าง(?)อยู่ดีนั่นแหละ!
หาทางเนียนได้อยู่ดีนั่นแหละ!

แต่อย่างนึงของยามะที่เรายังชอบจุดนั้นของมันอยู่ก็คือขี้เนียนเนี่ยแหละ!
ยังไงดีล่ะ? เขาเรียกว่าเป็นพวก skinship กับคนที่ชอบน่ะ ยิ่งชอบยิ่งอยากอยู่ใกล้ อยากสัมผัส อยากจะหาเรื่องอยู่ด้วย บลาๆๆอะไรพวกนี้ นั่นเป็นจุดที่เราชอบมันมากเลยนะ!
(ทำไมถึงชอบน่ะเหรอ? เพราะสันดานนี้เราก็เป็นไงล่ะ! กร๊ากกกกกกกกกก)

เราชอบจุดที่โกคุรู้สึกผิดมากเลยนะ
คือ โกคุน่ะ แรกๆมักจะทำก่อนที่จะไตร่ตรองให้ดีก่อน พอพูดออกไปแบบนั้นแล้ว เห็นอีกฝ่ายหงอยไปทันตาก็รู้สึกผิดขึ้นมา
แต่ถึงจะรู้สึกผิดอยู่ จะให้ยอมรับเลยมันก็เสียฟอร์มนะ เพราะงั้นน่ะ ที่จริงไม่ได้ผิดหรอก เป็นเพราะมันต่างหากที่ทำให้เขาต้องพูดแบบนั้นออกไป อะไรประมาณนี้
ที่จริงมันไม่ใช่นิสัยที่ดีสักเท่าไหร่ (แถมไม่ค่อยยอมขอโทษอีกต่างหาก) แต่คงเพราะว่าเป็นโกคุล่ะมั้ง มันเลยออกมาดูน่ารักมาก และเพราะอีกฝ่ายเป็นยามะ มันถึงได้มีเหตุการณ์ต่อไปไง
สำหรับยามะแล้วน่ะ ถ้าโดนคนที่ชอบไม่พอใจขึ้นมา เค้าก็ดูเหมือนจะยอมขอโทษก่อน ยอมรับผิดก่อนตลอด
ซึ่งจุดนี้น่ะ เวลามาอยู่กับโกคุแล้ว มันก็เข้ากันมาเลยล่ะนะ!
(เพราะแบบนี้แหละ คู่นี้ถึงได้ครองอันดับหนึ่งในใจเราไง~)


เจ้าหมาลามปาม เล่นด้วยหน่อยก็เลียไม้เลียมือ! <<< ขอขำ!!! ต่อไปจะเลียปากรึเปล่าค๊าาาาา (ฮา)
ตอนอ่านมันคิดอย่างนั้นจริงๆนะ อย่างนึงก็คือ ยามะเป็นพวกลามน่ะมันเป็นเรื่องจริงไง!!
อ๊ะ ได้คุยแล้ว แปลว่า่อไปก็เข้ากลุ่มกันได้
พอทำได้แล้ว แปลว่ากอดคอได้แล้วสินะ?
ถ้างั้น จับมือก็ได้สินะ?
เพราะงั้นก็กอดได้สินะ?
และต่อไป.....ก็จูบได้สินะ?!!! (ฮา)
แล้วมันจะไปสิ้นสุดตรงไหนยะไอ้คนมักมาก! (ขำ)

ท่อนที่เราชอบที่สุดคือ เหตุการณ์หลังจากที่ยามะวิ่งตามมาดักอีกทาง
นอกจากนั่นจะเป็นจุดน่ารักของหมายามะแล้ว โกคุยังน่ารักมากๆอีกด้วย!
เราชอบจังเวลาที่โกคุคิดกับตัวเองว่า "ที่จริงแล้วฉันไม่ได้อยากจะ...หรอกนะ" มันน่ารักจนแทบอดใจไม่ไหวเลยล่ะ (ฮา)
ท่อนนี้บรรยากาศจะหวานขึ้นทีละนิด ก๊วมากขึ้นเรื่อยๆ อ่านไปแล้วรู้สึกว่า "อา....มันน่ารักชิปแป๋งเลยเหวยยย" ขึ้นมาน่ะ

ท่อนที่ทำให้รู้สึกตลกขึ้นมา คือที่บอกว่า
"ถ้าเลิกงี่เง่าแล้วจะซื้อปลอกคอให้"
กร๊าซซซซซซซซซซซซซซซซซซซซซซซซซซซซซซซซซซซ
หนึ่ง...เราอาจจะคิดมากไป
สอง...เราอาจจะจิ้นเกิน
สาม...หรือนี่จะคือความหมายแฝง??
สำหรับเราแล้ว การที่ซื้อปลอกคอให้ นั่นหมายความว่า คุณจะเป็นเจ้าของมัน...




โกคุเทระ....



นายเป็นเจ้าของมันอยู่(ตั้งนาน)แล้ว!!!!


(ฮา)
ก็เพราะถ้าว่ากันจริงๆแล้วน่ะ คนที่มีอิทธิพลก็คือโกคุนี่แหละ
อ่าว เลิกเรียนแล้วยังไม่กลับบ้านเหรอ? งั้นไปด้วยนะ
เอ๋? นั่งอยู่ดาดฟ้าเหรอ? ไปด้วยแล้วกัน
โจวจิ! มันโคดจะเชื่องกับโกคุเลยเจ้าค่าาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาา

ตลอดทุกตอน ทุกเรื่องในฟิคของเรนนี่น่ะ ทำเรายิ้มได้ตลอดเลยล่ะ มันน่ารักกกกกก
อ่านแล้วก๊าวววววว

ไอ้เรื่องที่ใช้ "!" มากเกินไปน่ะ สำหรับโกคุแล้ว เรายกให้เป็นเรื่องปกติไปแล้วล่ะ = =
เพราะพี่ท่านมาที่ไร มันต้องโวยวายทุกที แล้วตอนนั้นจะให้อัศเจรีย์เปลืองสุดๆ (ฮา)
นับว่าไม่ใช่เรื่องที่คิดว่าแปลกหรอกค่ะ

แล้วก็ไม่ปากจัดหรอกนะ โกคุน่ะ
จะว่ายังไงดี?
คือเจ้าตัวเป็นคนช่างคิด มีความสร้างสรรค์ เพราะงั้นพวกคำด่าเลยกลายเป็นสิ่งบันเทิงเล็กๆนะ
ตอนที่ว่าเจ้าสมองเบสบอลเอย หัวสนามหญ้า(สำหรับเรียวเฮ)เอย มันก็มาจากความคิดพี่แกทั้งดุ้นน่ะแหละ
สำหรับเราน่ะ ตัวโกคุเองไม่ใช่ว่าจะไม่ปากจัดนะ แต่คำพูดที่ออกมามันดูไม่รุนแรงเท่าไหร่เท่านั้นเอง (ที่แรงสุดๆน่าจะเป็นตอนไปสู้กับแกรมม่าครั้งแรกกับยามะ ตอนนั้นโกคุปากจัด แรง และต่อต้านมากเลยล่ะ แต่ไม่รู้เป็นไง ตอนนั้นเรามักจะอ่านข้ามทุกที กว่าเราจะอ่านรีบอร์นเล่มนั้นจบแบบทุกประโยคจริงๆก็ปาเข้าไปสิบกว่ารอบ ถึงฉากนั่นทีไร ข้ามทุกทีสิน่า (หัวเราะ) เราไม่ชอบยามะตอนนั้นน่ะ ไม่ใช่ว่าไม่มีเหตุผล ไม่ใช่ว่าฟังไม่ขึ้น แต่ยามะเลือกที่แสดงออกรุนแรงพอๆกับโกคุทั้งที่มีทางหลีกเลี่ยงได้ เราเลยไม่ชอบมัน (เรียกว่าลำเอียง 555+) อีกอย่าง ฉากที่สองคนนี้ทะเลาะกันจริงจังถึงขั้นนี้น่ะ เราไม่ชอบอยู่แล้ว เถียงกันอย่างมุกวันมันน่ารักกว่านี่ แต่ก็เพราะฉากนั้น ทำให้โกคุเป็นอย่างตอนนี้ และเพาะฉากนั้น ทำให้ทั้งสองคนเชื่อใจกันมากขึ้น และถึงเฟล่อนจะรู้อย่างนั้น ก็ไม่ชอบตอนนั้นอยู่ดี (ฮา))

เฟล่อนเริ่มออกทะเล แล้วมันว่ามันจะยาวเกินไปแล้ว!!
พอแค่นี้แหละ แม้ว่าอยากจะเมาท์อีกนิดก็ตาม TT_TT

**รักนะ และจะรอเรื่องถัดไปที่จะลงเร็วๆนี้ (มัดมือชกสุดๆ confused smile )**

เรืองรูปน่ะ ดีใจด้วยน๊า~~~ สำเร็จแล้ว~~~
*จุดพลุ*

แปลว่าจะลงฟิคเรื่องใหม่ในเร็วๆนี้เป็นการฉลองใช่ป่าวววววววว
(ฮา เนียนไปเรื่อยนะเฟล่อนนน)

#16 By 『 フェロン 』 on 2009-07-25 23:54

ยามะเสมือนกับน้องหมา

เห็นด้วย!!!! o>w</

เจ้าเล่ห์ งี่เง่า เอ๋อ เเละ น่าย้ากกก

จะเอากลับบ้าน >w< (อีกเเล่ะ)

เย้ๆ เเอดบล็อคหน่อยนะ ><

#17 By [+Funny_Jang+] on 2009-07-26 21:16

แย่แล้ว อ่านแล้วหัวใจสั่นไหว ><
น่ารักอะไรอย่างนี้

รู้สึกว่ายามะเหมาะกับอิมเมจหมาน้อยคอยลามเลียจริงๆ XD
ชอบเวลาโกคุคิดเปรียบเทียบการแสดงออกของยามะเป็นท่าทางแบบหมาๆ
เห็นภาพชัดเจนมากๆๆเลยค่ะ กระดิกหาง แลบลิ้น โอย น่ารักก

ชอบเวลาโกคุโมโหด้วยค่ะ สื่อได้อารมณ์มากเลย
โมโหแล้วรู้สึกผิด แต่ยังทรนง
สับสนกับความคิดและการกระทำของตัวเอง
รวมถึงความคิดที่ว่าจะซื้อปลอกคอให้ก็เป็นการยอมรับความรู้สึกตัวเองกลายๆแล้วด้วย
แต่การยอมรับแบบไม่ยอมรับนี่ รู้สึกว่าเนี่ยแหละใช่เลยโกคุ~~
ชอบมากเลยค่ะ ^^

#18 By [sani] on 2009-07-28 23:51

ยามะใสซื่อจังง

#19 By yuyu on 2009-11-07 20:15

Favourites