~[KHR Fic] - You say nothing, but I understand everything~
posted on 02 Aug 2009 04:27 by rainy-day in Fiction, KHR
สวัสดีค่ะ ^_^~
วันนี้มาด้วยฟิกอีกแล้วล่ะ เพราะว่าไม่ค่อยมีเวลาวาดรูปเป็นชิ้นเป็นอัน
(เขียนเพลินๆ เพราะงั้นอย่าคาดหวังอะไรกับมันเลยค่ะ -_-'')
***Warning : เนื้อหาที่กำลังจะกล่าวถึงต่อไปนี้ เป็นเรื่องเกี่ยวกับ "ชายรักชาย" ค่ะ
หากท่านไม่ชอบหรือรับไม่ได้ รบกวนปิดเอ็นทรี่นี้นะคะ ^_^~
...โลกนี้ก็มีคนที่ปากไม่ตรงกับใจอย่างร้ายกาจอยู่ด้วยเหมือนกัน...
แต่ไม่เป็นไร...ไม่จำเป็นต้องพูดมันออกมาก็ได้...
You say nothing, but I understand everything
Paring : 8059
Rate : PG-13
.............................................................
..............................................
ตอนที่พูดถึงปาร์ตี้ซูชิมื้อใหญ่กับเพื่อนๆเมื่อคืนนี้
น้ำเสียงของเขาฟังดูหงุดหงิด หัวคิ้วขมวดมุ่นดังเช่นทุกครั้งที่ผ่านมา
"ปัญญาอ่อน! มีแต่พวกสมองนิ่มส่งเสียงหนวกหูน่ารำคาญ"
เขากำลังบอกว่าเวลาทุกคนอยูู่่ด้วยกันมันก็ไม่เลวนักหรอกนะ
"ฮะๆๆ ฉันว่าสนุกดีออก เวลาที่ได้มาปาร์ตี้ด้วยกันน่ะ"
โกคุเดระหันมามองตาขวาง หรืออย่างน้อยก็พยายามทำตาขวาง
"ก็เพราะแกมันงี่เง่าน่ะสิ!"
เด็กหนุ่มร่างสูงยกมือขึ้นเกาท้ายทอยพลางส่งเสียงหัวเราะแก้เก้อ
คำูพูดพวกนั้นคนนอกได้ยินแล้วอาจจะฟังดูใจร้ายไปหน่อย แต่มีไม่กี่คนหรอกที่เข้าใจ ว่าขณะที่มีแต่ถ้อยคำขัดหูหลุดรอดผ่านริมฝีปาก...
แต่ความรู้สึกจริงๆน่ะ เป็นอะไรที่ส่งผ่านแววตาี่ออกมาล่องลอยอยู่ในอากาศอยู่เพียงชั่วครู่
กับมุมปากที่ยกขึ้นน้อยๆ ซึ่งถ้าไม่สังเกตก็คงไม่เห็น
...หรือแม้แต่โทนเสียงตอนท้ายประโยคที่เจือความอ่อนโยนบางเบานั่นต่างหาก
เขารู้...รู้ดีที่สุด
โกคุเดระเป็นอย่างนี้เสมอนั่นแหละ
..............................................
..................................
พวกเขาเดินกลับบ้านด้วยกันอย่างนี้ทุกเย็น...
แม้ว่าปกติแ้ล้วก็มักจะกลับบ้านกันสามคน แต่ก็มีบางวันเหมือนกันที่สึนะโดนครูฝึกร่างจิ๋วลากไปทำอะไรบางอย่างที่อ้างว่าเป็น 'ความรับผิดชอบของหัวหน้าแก๊ง'
อย่างเช่นวันนี้...
ยามาโมโตะเงยหน้าขึ้นมองทางแยกตรงมุมถนน ขณะที่ชะลอฝีเท้า้ให้ช้าลงจนแทบจะกลายเป็นย่ำอยู่กับที่
...ทำไมกันนะ....
ระยะทางเดินกลับบ้านดูช่างสั้นเสียจริงในวันแบบนี้...
วันที่อากาศแจ่มใส สายลมอ่อนๆของฤดูใบไม้ผลิกำลังหยอกล้อกับต้นหญ้าสีเขียวสดที่ขึ้นแซมตรงนั้นตรงนี้ริมทาง
ช่วงเวลาที่ปลายนิ้วก้อยจะได้สัมผัสกับมือของคนข้างๆ บางครั้งบางคราวระหว่างที่เขาแกว่งมือไปมา
หรือตอนที่หัวไหล่ชนกันเบาๆ เมื่อโกคุเดระพยายามจะเตะก้อนหินข้างทางเ่ล่น...
ทั้งที่ก็เลือกทางที่อ้อมที่สุดแล้วแท้ๆ
แต่ก็ยังอยากให้ัมันยืดยาวไปไกลกว่านี้จัง...
"...."
"หยุดทำไมล่ะเจ้าบ้า!"
เด็กหนุ่มร่างสูงอดอมยิ้มไม่ได้
ก็คิดไว้แล้วว่าถ้าหยุดเดินต้องโดนโวยใส่แน่เลย
"กำลังคิดว่าวันนี้อากาศดีจังเนอะ"
โกคุเดระเงยหน้าขึ้นมองเพื่อนร่วมทางที่จู่ๆก็เปลี่ยนเรื่องพูดไม่มีปี่มีขลุ่ย สายตาสบเข้ากับดวงตาสีน้ำตาลเข้มคู่นั้นโดยบังเอิญ
...ถ้าไม่ใช่เป็นเืืรื่องเล่นตลกของแสงเงา ยามาโมโตะคิดว่าเขาเห็นแก้มใสนั้นเปลี่ยนเป็นสีชมพูจางๆ
ให้ตายเถอะ โกคุเดระจะรู้ไหมนะ
สีหน้าแบบนั้นคงมาโผล่ในความฝันเขาไปอีกนานเลยทีเดียว
"ฉีกยิ้มบ้าอะไรของแกวะ!"
"เอ๋"
นี่เขายิ้มอยู่เหรอ
ยามาโมโตะยืนนิ่งอยู่ตรงนั้น สนุกสนานกับท่าทางเอียงคอสงสัยระคนหาเรื่องของคนตรงหน้าที่ทำให้เขารู้สึกว่ามันช่างเปล่าประโยชน์ที่จะพยายามฝืนไม่ให้ยิ้มกว้างออกมา
...และจะว่าไปก็เปล่าประโยชน์อีกเช่นกัน ที่พยายามจะไม่หัวเราะออกมากับคำพูดกระโชกโฮกฮากที่แสนจะขัดกับใบหน้าชวนมองของอีกฝ่าย
ที่สำคัญ ความหมายของคำพูดเหล่านั้น ส่วนใหญ่ก็ไม่ได้ตรงกับสิ่งที่เจ้าตัวกำลังรู้สึกจริงๆเลยสักนิด!
"หยุดยิ้ม! แล้วก็หยุดหัวเราะด้วย เห็นแล้วหงุดหงิดว้อย!"
ถ้าเป็นประโยคแบบนี้ เขากำัลังพูดว่า 'ฉันชอบรอยยิ้มนั่นชะมัด' สินะ
ยามาโมโตะส่ายหน้าไล่ความคิดฟุ้งซ่าน
บางทีข้อความที่ไม่ได้แสดงออกมาในรูปแบบคำพูดของโกคุเดระก็น่ารักเสียจนเขากลัวว่าจะคิดเข้าข้างตัวเองเกินไปหรือเปล่า
จะลองดูดีไหม
ยามาโมโตะลอบมองมือของร่างเล็กที่ปล่อยอยู่ข้างลำตัว
ถ้าจู่ๆก็เนียนคว้ามากุมไว้ซะเลย โกคุเดระจะว่าไงนะ
หากยังไม่ทันจะได้เอื้อมไปแตะ สัมผัสอบอุ่นที่ชวนให้ใจเต้นแรงทีมือก็เรียกให้ต้องหันไปมองหน้าตัวต้นเหตุ
"เจ้าเบสบอลสมองถั่ว..มาด้วยกันหน่อยซิ!"
อา..วันนี้น้ำต้องท่วมไปถึงดวงอาทิตย์แน่ๆ
นอกจากโกคุเดระจะเป็นฝ่ายมาจับมือเขาก่อนแล้ว ยังเอ่ยปากชวนให้ไปด้วยกันอีก... ถึงแม้ประโยคถัดไปอาจจะเป็น 'เอาล่ะ ถึงประตูนรกแล้ว แกก็ลงไปซะสิ' ก็เถอะ
"วันนี้อากาศดี...อย่างที่แกบอกนั่นล่ะ แล้วฉันก็ยังอยาก...เอ้อ...."
เด็กหนุ่มร่างเล็กยกมืออีกข้างที่ยังว่างปัดอะไรบางอย่างที่ไม่ได้มีอยู่จริงแถวๆจมูก แล้วก็อ้อมแอ้มพูดต่อ
"...นึกได้ว่ามีที่ที่อยากไป..."
ยามาโมโตะกระชับมือตอบ แล้วเผลอแป๊บเดียวก็เปลี่ยนเป็นกุมมืออีกฝ่ายไว้แน่นซะเอง...
จะเป็นไรมั้ย ถ้าเขาจะแปลประโยคเมื่อกี้ว่า
'ฉันอยากอยู่กับนายนานกว่านี้อีกหน่อย'
มันเป็นเรื่องช่วยไม่ได้เลยจริงๆที่จะคิดแบบนั้น...
ก็รอยแดงจางๆบนใบหน้าของอีกฝ่ายมันฟ้องนี่...ใช่มั้ย?
"นั่นสินะ วันที่ท้องฟ้าสดใสขนาดนี้"
เขาตอบรับ แล้วเริ่มหันหลังให้ทางที่กำลังจะกลับบ้าน
"...ฉันก็อยากอยู่กับโกคุเดระนานๆเหมือนกัน"
"อะไรของแกทีว่า 'เหมือนกัน' น่ะ!"
เด็กหนุ่มร่างเล็กหันมาตวาดใส่ทันทีที่พูดจบ ทำเอาคนพูดนึกขึ้นได้ว่าเผลอหลุดปากถึงความคิดในหัวออกไปซะแล้ว
"แค่ชวนนิดหน่อยอย่ามาทำเหลิงนะเว้ย! ฉันยังไม่ได้พูดซักคำว่าอยากอยู่กับแก!"
ยามาโมโตะเลิกคิ้ว จงใจยียวนเล็กน้อยพอให้อีกฝ่ายกระฟัดกระเฟียดเล่นๆ
ฟังดูก็เหมือนพวกโรคจิตเหมือนกันที่ชอบดูคนตัวเล็กทำท่าหงุดหงิด หรือจะพูดให้ตรงประเด็นจริงๆก็คือ 'พยายามทำเหมือน' หงุดหงิด
แน่ล่ะ ถึงไม่ได้พูดออกมา แต่สายตาก็ชัดออกจะปานนั้นว่าไม่ได้โกรธจริงๆ
และก็แน่นอนเช่นกัน... สมองเขาอันที่จริงก็ไม่ได้มีแต่ลูกเบสบอลหรอกนะ
หรือสำหรับกรณีของโกคุเดระ...
ต่อให้สมองเขาจะมีแต่ลูกเบสบอลจริงๆก็คงดูออกได้ไม่ยากเย็นนัก ว่าคนตรงหน้าน่ะ
ออกจะขี้อาย ก็เลยต้องโวยวายกลบเกลื่อน...
.....................................................
........................................
"อ๊ะ! สึจิโนะโกะ!"
จู่ๆยามาโมโตะก็โพล่งขึ้นมาดื้อๆ พร้อมกับชี้ไม้ชี้มือไปทางพุ่มไม้ริมถนน
คนตัวเล็กข้างๆถึงกับตาโต ท่าทางดีอกดีใจราวกับเด็กนั้นทำเอายามาโมโตะถึงกับรู้สึกผิดนิดหน่อย
"ไหน...ไหน....!!"
"นั่นไง"
แต่ไหนๆก็หลอกแล้ว.. ขออีกนิดละกันนะ
จะมีสักกี่ครั้งกันที่จะได้มีโอกาสเห็นโกคุเดระทำหน้าตาไร้เดียงสาทั้งที่ไม่ได้อยู่ต่อหน้าสึนะ
"นั่นๆ แล้วมันไหนล่ะเห้ย! แกชี้มั่วนี่หว่าไอ้บ้าเบสบอล!"
ปากก็ว่าอีกฝ่ายมั่ว แต่ตากลับกวาดมองรอบตัวอย่างตื่นเต้น
ยามาโมโตะจ้องมองท่าทีกระตือรือร้นของอีกฝ่ายตาแทบไม่กระพริบจนแทบจะใช้ว่าเคลิบเคลิ้มได้แล้ว ถ้าโกคุเดระยังยืนยันจะทำตัวน่ารักอย่างนี้ต่อไปอีก เขาคงจะอดใจไม่ไหวเข้าสักวัน....
....ซึ่งสักวันที่ว่า
ก็อาจจะเป็นวันนี้เนี่ยแหละ...
"...ไม่เห็นมีเลย"
โกคุเดระบ่นพึมพำอย่างขัดใจ พลางหรี่ตามองพุ่มไม้ใหญ่ข้างทางราวกับจะสแกนส่วนประกอบทั้งหมดของมันให้ลึกไปถึงระดับอนุภาค
มัวแต่ชะเง้อจนไม่ทันระวังตัวว่าตอนนี้ใบหน้าเพื่อนร่วมทางที่เดินจูงมือกันมาเมื่อครู่นั้น อยู่ใกล้ในระดับที่ถ้าเป็นเวลาปกติก็คงจะโดนระเบิดตายกันไปข้างแล้ว
....รู้ตัวอีกทีก็ตอนที่ริมฝีปากของอีกฝ่ายบรรจงประทับแผ่วเบาลงบนหน้าผากนั่นแหละ....
เขากระพริบตาถี่ๆสองสามครั้ง ท่าทางเหมือนยังจับต้นชนปลายไม่ถูกว่าจากเจ้าสึจิโนะโกะแล้ว มันมาจบลงที่กลางหน้าผากเขาได้ยังไง
...ไม่สิ....ยังไม่จบซะหน่อย....
"ไอ้บ้า!!! ไอ้สมองเบสบอลงี่เง่า!! ใครใช้ให้แก...ให้แก...."
ดูเหมือนเด็กหนุ่มจะอายเกินกว่าจะพูดมันออกมาได้ ทั้งที่คนที่ควรจะอายมันน่าจะเป็นคนทำต่างหาก
"ให้ฉัน...อะไรเหรอ?"
ยามาโมโตะทวนคำ ยื่นหน้าเข้าไปใกล้ปลายจมูกเชิดรั้นของคนตัวเล็กที่ยืนเก้ๆกังๆ ไม่รู้จะเริ่มโวยจากตรงไหนก่อนดี
"...ค...ใครให้แก....ให้แกมาจูบหน้าผากฉัน!!!"
ที่สุดแล้วก็พูดออกมาจนได้ พร้อมกับหน้าขาวๆที่เปลี่ยนเป็นสีแดงระเรื่อ
ยามาโมโตะไม่ตอบ
แต่ยิ้มบางๆให้คนตรงหน้าก่อนจะจ้องลึกเข้าไปในดวงตาสีเขียวสดชวนหลงใหล
แม้แต่สายลมแผ่วเบารอบตัวก็หยุดนิ่งไม่รู้ตั้งแต่เมื่อไหร่
สรรพเสียงทั้งหมดกลับเงียบงันไปเสียสิ้น..
หรือบางทีอาจเป็นเพราะประสาทสัมผัสรับรู้การมีอยู่ของโลกภายนอกได้ระเหยหายไปหมดแล้ว
ในวินาทีที่ใบหน้าเลื่อนเข้าใกล้กันจนลมหายใจของคนทั้งคู่ราวกับจะหลอมรวมเป็นลมหายใจเดียวนั่นเอง
โกคุเดระพยายามตั้งสติ อย่างน้อยก็มองภาพตรงหน้าให้ชัดๆ แต่ก็ไม่เห็นอะไรนอกจากภาพพร่ามัวของดวงตาสีน้ำตาลเข้มที่ค่อยๆขยับเข้ามาใกล้
...การบอกตัวเองให้ตั้งสติในเวลาแบบนี้ สำหรับเชิงปฏิบัติแล้วมันช่างไร้ประโยชน์เสียจริง!
แต่อย่างน้อยฉันก็พยายามแล้วนะ!
"..."
ที่สุดแล้ว...แพขนตาสีเงินก็หรี่ปรือลงช้าๆจนปิดสนิท
..ก่อนที่ริมฝีปากบางจะขยับแยกออกจากกันเล็กน้อย
สำหรับสัมผัสอ่อนหวานที่คาดไว้ว่าจะได้รับ...
"ใบไม้ติดผมแน่ะ"
เจ้าตัวปัญหากระซิบเบาๆในระยะประชิด พลางยื่นมือไปหยิบใบไม้ที่ว่าออกจากเส้นผมสีเงินพริ้วไหว
"....??"
อีกครั้งที่โกคุเดระต้องลืมตาขึ้นมาแล้วจ้องอีกฝ่ายตาปริบๆอย่างงุนงง
ไม่ได้รู้สึกถึงการสัมผัสอะไรที่ริมฝีปากอย่างที่คิดไว้ทั้งสิ้น...
จะมีก็แต่ใบไม้ที่ถูกโบกไปมาในมือเจ้าคนที่ยืนทำท่าไม่รู้ร้อนรู้หนาวอยู่ตรงหน้านี่แหละ!
นี่เขาโดนมันหลอกเอาเรอะ!!?
ยามาโมโตะหัวเราะเบาๆ นึกสงสัยว่าหน้าขาวๆของอีกฝ่ายจะแดงต่อไปได้อีกขนาดไหนกัน
"....ก....แก๊!!!!"
กำลังจะอ้าปากโวยวายต่อ แต่คิดไม่ออกว่าจะพูดอะไรดี
จะให้ตะโกนใส่หน้าไอ้ตัวกวนประสาทนี่ว่า 'ทำไมแกไม่ยอมจูบฉัน!!!' ก็คงจะเสียฟอร์มมิใช่น้อย
ทำไปคนอย่างเขาจะต้องไปอยากทำอะไรพรรค์นั้นกับเจ้าเอ๋อนี่ด้วย!
อย่ากระนั้นเลย...ดูท่าทางเจ้านั่นคงรู้แล้วเหมือนกันว่าทำไมเขาถึงพูดไม่ออก เพราะงั้นรีบเปลี่ยนเรื่องเถอะก่อนจะขายหน้ามากไปกว่านี้
"...ล...แล้วสึจิโนะโกะฉันล่ะ!!?"
ยามาโมโตะเอียงคอด้วยท่าทีที่ทำเอาอีกฝ่ายอยากระเบิดลูกเบสบอลทิ้งให้หมดโลก
"มันหนีไปแล้วล่ะ"
"...หนี??"
เด็กหนุ่มร่างสูงพยายามจ้องตอบสายตาคาดคั้นที่โกคุเดระส่งมาราวกับหวังจะให้มันแทงทะลุหน้าผากแล้วโผล่ออกทางท้ายทอย
พร้อมกับเอาลูกเบสบอลที่เจ้าตัวดูจะเชื่อเสียจริงว่ามันกลิ้งเล่นอยู่ในหัวเขาออกมาด้วย
แต่สุดท้ายความรู้สึกผิดที่ล้อเล่นมากไปก็ทำให้ทนสู้สายตานั้นไม่ไหวจนต้องเสมองไปทางอื่น..
"...อ...อื้อ...หนีไปแล้ว"
จบคำอีกฝ่าย...เด็กหนุ่มร่างเล็กทำท่าทางเสียดายราวกับเด็กน้อยทำของเล่นชิ้นโปรดหาย
แต่แล้วก็นึกขึ้นได้ในอีกไม่กี่วินาทีถัดมา...
"ไอ้บ้าเบสบอล!! แกหลอกฉันเรอะ!!"
เขาโวยขึ้นมาอีกครั้งเสียงดังลั่น แล้วกระโดดกระแทกใส่ร่างสูงตรงหน้าด้วยน้ำหนักทั้งตัวจนเสียหลักล้มกลิ้งลงพื้นหญ้าข้างทางด้วยกันทั้งคู่
"เหวอ!!!"
ดอกหญ้าฟุ้งกระจายขึ้นในอากาศ แล้วค่อยๆทิ้งตัวลงรายล้อมสองร่างที่นอนแผ่พร้อมกับหอบเบาๆอยู่บนพื้นหญ้า
โกคุเดระคลานขึ้นมาจากพื้น เศษใบไม้ติดเต็มไปหมดตั้งแต่หัวจรดเท้าแต่เจ้าตัวไม่สนใจจะปัดมันออก
พอตั้งหลักได้ก็ขึ้นมานั่งคร่อมร่างอีกฝ่ายที่ยังนอนแผ่อยู่ที่เดิม พร้อมกับกระชากคอเสื้อเชิ๊ตขึ้นมาไว้ในมือ
"ไอ้บ้า ฉันเกลียดแกที่สุด!"
ยามาโมโตะคลี่ยิ้มอ่อนโยน เขารู้ความหมาย ที่แท้จริง ของประโยคนั้นดี
...ไม่ต้องพูดออกมาหรอก... ไม่เป็นไร...
"ฉันก็รักนายที่สุดเหมือนกัน"
...เพราะเขาเข้าใจทั้งหมดนั่นแหละ...
.............................................................
.........................................
จริงๆนะ....
สุดท้ายแล้ว มันก็ไม่สำคัญหรอกว่ากะโหลกของเขาจะมีความหมายแค่เป็นที่เก็บลูกเบสบอลเพียงอย่างเดียวหรือเปล่า
โดยเฉพาะเวลาอยู่กันตามลำพังน่ะ
ความหมายที่ซ่อนอยู่ในแต่ละประโยคของโกคุเดระ
...แม้แต่ลูกเบสบอลก็ยังดูออกเลย...
- The End -
talk : เรื่องนี้เนื้อหาโคตรเอื่อย จริงๆฟิกนังเรนนี่มันก็เรื่อยเฉื่อยเป็นปกติอยู่แล้วนั่นแหละ แต่เหมือนยิ่งเขียนมันยิ่งมีแรงหนืดดึงให้มันเฉื่อยแฉะแบะลงเรื่อย *หัวเราะ* จับต้นชนปลายอะไรไม่ได้ทั้งนั้น และหมั่นไส้ยามาโมโตะสุดๆ! เขียนจากความรู้สึกว่าก๊กน่ะปากแข็งแต่ดูง่ายจะตายไป (ฮา) แถมบางทีก็ซื่อ(บื้อ)อีก อา...หรือเรื่องนี้จะดูบื้อเกินไป -_-''
อ่านอีกรอบแ้ล้วนึกถึงเพลง When you say nothing at all ของโรแนน เป็นเพลงที่ชอบด้วยล่ะค่ะ
ว่าแต่สึจิโนะโกะมาไงฟร่ะ...จู่ๆก็แวบเข้ามาในหัว >>ก็เลยได้มาปรากฏตัวในฟิกสินะ (ฮา)
ปล.แล้วโดที่ต้องส่งสิ้นเดือนนี้ของ Hanashiki-san ล่ะ!! -*- (/ปิดตา..หนีความจริง...ฮือออ ยังไม่ได้ร่างอะไรเลย)
ปล.2 เอ็นทรี่ก่อน ทุกท่านคิดถูกแล้วค่ะ ความรกจริงๆมันอยู่ในลิ้นชักมหัศจรรย์นั่นแหละ เปิดทีข้าวของแทบจะทะลักล้นออกมา อูยยย
ปล.3 นังเรนนี่เพิ่งลองเล่นเฟซบุ๊คได้ไม่นาน ตอนนี้เริ่มเปิดร้านอาหาร restaurant city อยู่ ใครเล่นเฟซบุ๊คบ้าง มาแอดกันมั๊ยก๊ะ..แฮ่ๆ >> http://www.facebook.com/xxrainydayxx
แล้วพบกันเอ็นทรี่หน้าจ้า ^_^~










)
ขนาดในฟิคของตัวเองเรายังเกลียดมันเลย (ฮา) ของเรนนี่น่ารักกกกกกกกกกกกกกกก น่ารักกันทั้งคู่
ตลกดี
แป่ววว)
กุ๊ดจี่ Digital High Quality
ไม่ใช่! ไม่ได้ว่าเรนนี่ซัง แต่ก๊กคุงนั่นแหละที่ปัญญาอ่อน สึจิโนะโกะจะมาอยู่ในเมืองแบบนี้ได้ยังไง? เลยเป็นแนวให้ไอ้ขี้เนียนหลอกได้เลย ปัญญาอ่อนที่สุด น่ารักโว๊ยยยย (ขัดแย้งมากเลยคำพูด)
เรนนี่ซังมีฟิกคลอดมาอีกแล้ว ฮา แล้วเราก็ได้อานิสงค์ไปอีก วิเศษที่สุด ได้อ่าน 8059 ดีๆแบบนี้ช่างมีความสุขเหลือหลาย ถึงคนจะเขียนมากมายแต่หาที่ถูกใจมันก็น้อยจริงๆแหละนะ ยุยงส่งเสริมให้เขียนอีกเยอะๆค่ะ
เราชอบความเรียบเรื่อย ชอบบรรยายกาศเอื่อยเฉื่อยอ่อนหวาน ชอบความเป็นยามะในอุดมคติแบบนี้ เราอ่านยามะมาก็หลายที่ แต่หาน้อยมากที่จะเป็นยามะในแบบที่เราชอบ (ส่วนก๊กน่ะโอเค) แปลกดีนะที่กลายเป็นว่าคาแรคเตอร์ของเจ้ายาเมะมันสามารถแตกออกไปได้มากมายกว่าก๊กคุงเสียอีก ทั้งๆที่ก๊กคุงเป็นหนุ่มซึน แต่ดันเป็นซึนที่เข้าใจง่าย ตามฟิกนี้เลย ก็หมอนั่นมักจะแสดงออกทางสีหน้าแววตานี่หว่า เข้าทำนองปากไม่ตรงกับใจนั่นแหละ เพราะฉะนั้นเวลาหนูก๊กพูดอะไร ความหมายที่แท้จริงก็แปลไปได้ตรงกัรข้ามกับประโยคที่พูด ผิดกับเจ้ายาเมะ หน้ายิ้ม ทำเนียน แต่ความจริงมันอาจจะแอบดาร์กแอบโฉด มีหลากหลายบุคลิกในตัวตามแต่ใครจะมอง ซึ่งก็อย่างที่ว่าแหละว่าคนก็มองมันไปต่างๆนานา ซึ่งเราก็ชอบบ้าง ไม่ชอบบ้าง มีเรนนี่ซังนี่แหละค่ะที่เราชอบมุมมองของยามะแบบนี้ มันตรงกับของเราล่ะ
ชอบประโยคที่ว่า > "...ค...ใครให้แก....ให้แกมาจูบหน้าผากฉัน!!!"
มันคงเป็นประโยคที่ตรงกับใจที่สุดแล้วสินะ อา...ไม่รู้สิ คุวาริมักจะชอบอะไรแปลกๆกว่าชาวบ้าน ชอบแบบไม่มีเหตุผล รู้แต่ว่าชอบจัง อ่านแล้วนึกหน้าและท่าทางของก๊กคุงออกหมดเลย ความจริงแล้ว หมอนี่อ่านออกง่ายชะมัด
เอาอีกค่ะ เอาฟิกมาอีก นี่คือการปล้น (กร๊ากกกก) หลงรักฟิกของเรนนี่ซังแบบไม่มีเหตุผลเอาเสียแล้ว
เอ่อ...ว่าแต่เห็นคนเล่น facebook เยอะจัง เราก็ว่าจะลอง แต่จะลองดีไหม? ขี้เกียจลองอะไรใหม่ๆ แต่ก็น่าลองนะ << สับสน เอาไว้คุวาริเล่นเมื่อไหร่จะมาขอแอดเรนนี่ซังแล้วกันค่ะ ฮา
แม่ม...กะจะไม่เม้นยาว (เพราะเดี๋ยวจะต้องมีคนยาวได้โล่มาเม้นแน่ๆ ฮาๆ เป็นใครน่าจะรู้) แต่มันก็เผลอแผล่มยาวจนได้ ฮึ้ย
ปล.เขารออ่านโดที่จะส่ง Hanashiki_san อยู่นะ แล้วแอบบอกว่า เขาเขียนฟิกเสร็จแล้วล่ะ
#1 By kuwa[R]i... on 2009-08-02 09:13