Photo

 

 

 

สวัสดีค่ะ ^_^~

 

 

หลังจากอัพบล็อกไร้สาระมานาน...วันนี้มาเหมือนจะมีสาระ(?)

 

เหตุเนื่องมาจากโครงการที่มีชื่อว่า

'Photovoice' 

ซึ่งอาจารย์กำหนดให้นักศึกษาไปทำในวิชาที่กำลังเรียนอยู่(และกำลังจะสอบ orz'')ตอนนี้ค่ะ 

 

 

อย่างที่บอกว่าเพิ่งไปออกโรงพยาบาลชุมชนกลับมา  ระหว่างนั้นอาจารย์ก็ให้ถ่ายรูปอะไรที่สื่อถึง

 

'Humanized Health Care' 

 

หรือที่เรียกกันว่า 

 

'การแพทย์ที่มีหัวใจของความเ็ป็นมนุษย์'

 

 

แล้วก็ตั้งชื่อภาพ และคำอธิบายเกี่ยวกับภาพ

ก็เลยเอารูปบางส่วนที่กลุ่มเราใช้มาแปะค่ะ  แฮ่ๆ

(ไม่รู้ว่าสื่อออกมาได้ดีแค่ไหนเนอะ  กล้องคอมแพคกับมือสมัครเล่นกันหมด  ก็ถ่ายกันมาได้ประมาณนี้ค่ะ ฮา)

 

 

 

 

 

 "เดินเท้า"

 

 

 

 

หญิงชาวมุสลิมกำลังเดินทางกลับบ้านหลังจากมารับการรักษาที่ศูนย์สุขภาพชุมชน...

 

แม้ว่าที่แห่งนี้จะไม่มีเครื่องมือเวชภัณฑ์ที่ทันสมัย แต่เธอก็พอใจที่จะรับการรักษา 

เพราะที่นี่มีเจ้าหน้าที่ผู้ดูแลเธอเหมือนญาติมิตร  เข้าใจในวิถีชีวิตของเธอ

และระยะทางไม่ไกลเกินกว่าที่สองเท้าจะพาไปถึง...

 

 

หมายเหตุ - ภาพนี้นังเรนนี่แอบชอบใจที่เป็นภาพสาวชาวมุสลิมคู่กับธงชาติไทยพอดี  ดูแล้วอบอุ่นใจบอกไม่ถูก^_^~

 

 

 

 

 "แม่บุญธรรม"

 

 

 

ภาพนี้ถ่ายระหว่างไปเยี่ยมบ้านเพื่อประเมินสภาพแผลหลังได้รับการรักษาโดยการตัดขาทั้งสองข้้างของหญิงคนหนึ่ง เนื่องจากประสบอุบัติเหตุทางรถยนต์

 

หญิงพิการขาขาดทั้งสองข้าง  กำลังอุ้มเด็กชายที่ถูกแม่ผู้ให้กำเนิดทอดทิ้ง

หลังจากนำมาฝากเลี้ยงแล้วหายไปและไม่เคยกลับมาดูแลลูกอีกเลย แต่เธอก็เลี้ยงดูหนูน้อยด้วยความรักเสมือนเป็นลูกในไส้

 

 

 

 

 

 

"เยี่ยมบ้าน"

 

 

 


ภาพนี้ถ่ายตอนเดินทางไปเยี่ยมบ้านผู้ป่วยเช่นกัน  การเดินทางในบางครั้งอาจไม่สะดวกสบายนัก  แต่เมื่อนึกถึงผู้ที่รออยู่ที่จุดหมายปลายทางแล้ว มันก็คุ้มค่ากับความเหน็ดเหนื่อย 

 

 

 

 

 

 

 

"วัยเดียวกัน"

 

 

 


บรรยากาศยามสาย ณ จุดตรวจผู้ป่วยโรคระบบทางเดินหายใจในช่วงที่โรคหวัด 2009 กำลังระบาด

 

 

เด็กน้อยในอ้อมแขนผู้เป็นบิดา นั่งรวมกลุ่มกับเณรหลายรูปในช่วงอายุรุ่นราวคราวเดียวกัน 

แม้จะมีความแตกต่างในสถานภาพและบทบาททางสังคม แต่ก็มีสิทธิในการเข้าถึงบริการทางการแพทย์ได้อย่างเท่าเทียม

 

 

 

 

 

 

 "ใจสว่าง..กลางโลกมืด"

 

 

 


 

หญิงชราตาบอดทั้งสองข้าง  ทว่าความพิการนั้นไม่ได้ทำให้ตนเองหมดคุณค่าหรือเป็นภาระให้กับใคร 

ยังคงใช้ชีวิตโดยการพึ่งพาตนเอง  ร่วมกับช่วยเหลือในส่วนที่ขาดจากเพื่อนบ้านและเจ้าหน้าที่ของโรงพยาบาล 

 

แม้ตาทั้งสองข้างจะมองเห็นแต่เพียงความมืดมิด...

หากยังคงมีแสงไฟ­­สว่างไสวในจิตใจก็คงเพียงพอสำหรับจะมีชีวิตอยู่อย่างมีความสุขในบั้นปลาย

 

 

 

 

 

 

 

เอาแค่นี้ก่อนเนอะ~

 

เวลาออกมาเป็นภาพกับคำบรรยายเหล่านี้  ก็ดูจะอบอุ่นหัวใจดีนะคะ  

ส่วนในทางปฏิบัติจริงๆ คงต้องพยายามกันต่อไป  ^_^~

 

แต่เท่าที่เห็น (จากประสบการณ์อันน้อยนิดของนังเรนนี่) เกี่ยวกับเรื่องนี้ก็มีการบรรจุลงในหลักสูตร  แล้วก็มีการพัฒนาขึ้นเรื่อยๆนะ โดยส่วนตัวแล้วก็คิดว่าเป็นเรื่องดีมากเลย

 

 

เกี่ยวกับ Humanized Health Care  หากสนใจหัวข้อนี้  ลองเข้าไปเซิร์จในกูเกิ้ลได้ค่ะ

 

หรือลองเข้าไปอ่านแบบคร่าวๆ ที่นี่ >>  http://gotoknow.org/blog/spiritualhealth/205584

มีพูดถึงไว้อย่างน่าสนใจแล้วก็อ่านเพลินทีเดียวค่ะ 

 

 

 

เอ็นทรี่นี้จริงจังผิดปกติไปมั้ยนี่  นานๆีทีเนาะ

 

แล้วพบกันเอ็นทรี่หน้าค่ะ ^_^~

 

ปล. โซนตอบคอมเม้นต์ขอข้ามไปก่อน  ขอจัดการงานก่อนค่ะ แฮ่กๆ  เอ็นทรี่ที่แล้วคอมเม้นต์กันเมามัน  นังเรนนี่อ่านแล้วหัวเราะก๊าก  สนุกดีค่ะ  ขอบคุณที่เข้ามาเยี่ยมเืยือนนะคะ ^^

ปล.2  ตรงเพจ หน้า About me, about my blog  ทำเสร็จแล้วล่ะ  เขียนเมาๆยังไงก็ไม่รู้ (ฮา) ทีนี้ก็จะได้มีเนื้อหาใส่เข้าไปครบทุกเพจซะที แวะไปจิ้มๆเียี่ยมชมได้ตรงปุ่มใต้เฮดบล็อกจ้า

ปล.3  Exteen  มีปุ่ม Tweet ตรงกล่องคอมเม้นต์ด้วย สุดยอดไปเล้ย~!

 

 

Favourites