Toon

 

 

สวัสดีค่ะ ^_^~ 

 

ไม่ได้อัพบล็อกมานาน  เพิ่งสอบเสร็จเมื่อวันศุกร์ กลับบ้านมาหลับเป็นตายเลย

วันนี้ขอตามใจตัวเอง อัพยาวนิดนึง..มันเก็บกด -___-‘’  

 

เอ็นทรี่นี้เรามาพูดถึงเรื่องการอยู่เวรของ นศพ.(นักศึกษาแพทย์)กันเถอะค่ะ!   

 

 

 

รื่องใกล้ตัวที่ไม่ค่อยได้เอามาเล่า ส่วนหนึ่งเพราะไม่มีเวลา และอีกส่วนก็เพราะเคยรู้สึกว่ามันไม่เห็นจะมีอะไรพิเศษนี่หว่า กะอีแค่อยู่เวร  

 

 

 

....แต่อยู่มาจนถึงป่านนี้...มันก็มี “อะไร” เหมือนกันนะ...   

 

 

แล้วอะไรล่ะ??  

***หมายเหตุ : วอร์ด (ward) = หอผู้ป่วย   (จากนี้จะใช้คำว่า วอร์ด เพื่อประหยัดเวลาพิมพ์และไม่ดูจริงจังจนเกินไป...รึเปล่า?)

 

 

 

 

 

ชีวิต นศพ.ทั่วไป  จะเริ่มเข้าสู่วงจรที่เรียกว่าอยู่เวรตั้งแต่ขึ้นปี 4 ค่ะ

 

 

 

 

อยู่เวรคืออะไร? ทำไมต้องอยู่เวร?

 

 

 

อยู่เวร...ก็คืออยู่เวรนั่นแหละ  

*โดดหลบรองเท้า*

 

 

เหมือนกับอาชีพอื่นๆที่ต้องมีอยู่เวรนอกเวลาราชการ  นศพ.ก็ต้องอยู่เหมือนกันค่ะ  จะกี่โมงถึงกี่โมง ถี่ห่างแค่ไหน ก็แล้วแต่อาจารย์จะเมตตา  

อยู่ไปทำไม?

 

 

อยู่งงๆรอลงเวร  ทำตัวเกะกะวอร์ด เกะกะพี่พยาบาล ใครๆเค้าก็ยุ่ง เราก็ยังจะไปเกะกะเค้า TAT

 

 

 

ไม่ใช่ละ!!! 

 

เอ็กซ์ทีนมีน้องๆเยอะ ตอบแบบนี้จะเป็นตัวอย่างที่ไม่ดีแก่เยาวชนใช่มั้ยคะ  (ฮา)   

 

 

โอเค..เอาใหม่  อยู่เวรไปทำไม?  

 

 

 

*เพื่อเพิ่มประสบการณ์

 

เพราะตอนกลางวันมีเรียน มีงานที่ต้องทำนั่นโน่นนี่  แม้จะมีบางคาบที่ได้ไปอยู่ตามวอร์ดแต่ก็ไม่พออยู่ดี  อะไรที่ไม่ได้เห็นไม่ได้ทำตอนกลางวันขณะที่กำลังนั่งเลกเชอร์หัวบวมก็จะได้เห็นได้ทำมันตอนอยู่เวรนี่ล่ะ   

 

 

 

*เพื่อซ้อมไว้ล่วงหน้า

 

รียนจบไปทำงานก็ต้องอยู่เวร ของมันแน่อยู่แล้ว (ถ้าเรียนจบไปได้ละก็นะ -_-‘’) เป็นการซ้อมไว้ว่าเราต้องเจอกับอะไรบ้างในอนาคต  ฝึกความถึกไว้ตั้งแต่บัดนี้ ตอนที่จะทำอะไรก็ยังมีอาจารย์มีแพทย์พี่เลี้ยงคุ้มกะลาหัว  จะได้มั่นใจ(มั้ง?)ว่าจบไปเจอเหตุการณ์แบบนี้อีกจะจัดการเองได้นะเฟร่ย 

 

 

 

 

*ใช้เวลาสร้างความสัมพันธ์กับเพื่อนร่วมงาน

 

แม้จะมีอาจารย์และแพทย์พี่เลี้ยงที่อยู่เวรด้วยกัน ณ ขณะนั้น  แต่ก็ใช่ว่าเค้าจะอยู่กับเราตลอดเวลา

ถ้าไม่มีอะไรหนักหรือเร่งด่วนอาจารย์หรือแพทย์พี่เลี้ยงก็จะอยู่บ้านหรืออยู่ห้องพักแพทย์เค้า

 

 

ดังนั้นเวลามีอะไรเล็กๆน้อยๆอย่างคนไข้รับใหม่ที่ไม่หนักมาก หรือหัตถการที่ไม่ใหญ่โตอะไรก็ควรต้องทำไปก่อน (มิใช่เอะอะก็รอพี่ อาจจะโดนกินหัวเอาได้ในภายหลัง)

 

ระหว่างนี้เป็นโอกาสอันดีที่เราจะได้สานความสัมพันธ์กับพี่พยาบาลที่ต้องร่วมงานด้วยกัน

 

 

 

 

เจอหน้ากันบ่อยๆเข้าพี่ก็เริ่มชวนกินขนม

 

 

หลังจากนั้นก็เริ่มมีวิพากษ์วิจารณ์ข่าวสารบ้านเมือง กระทั่งละครหลังข่าว

 

เช่นนี้เป็นต้น  เป็นการสร้างสัมพันธไมตรีอันดีเมื่อได้เจอหน้ากันบ่อยๆ 

ฝึกการมีมนุษยสัมพันธ์เมื่อไปทำงานจริงๆ

 

 

 

*คนไข้ที่เจอตอนอยู่เวร บางครั้งก็ไม่เหมือนที่เราเจอตอนเวลาราชการ

 

หลายครั้งที่เป็นคนไข้ฉุกเฉิน หรือส่งต่อมาจากโรงพยาบาลอื่น...

แต่ก็หลายครั้งอีกเช่นกันที่เป็นประเภทปวดท้องตั้งแต่แปดโมงเช้า แต่มาโรงพยาบาลตอนสี่ทุ่ม ด้วยเหตุว่า

“ก็ตอนเช้าคนเยอะ ขี้เกียจรอ”  อ่า...อันนั้นก็อีกเรื่อง 

 

 

ซึ่งแต่ละกรณีก็ตื่นเต้นต่างกันไป 

 

 

คร่าวๆก็ประมาณนี้ค่ะ  ส่วนอื่นยิบย่อยที่เฉพาะเจาะจงในแต่ละวอร์ดจะไม่ขอกล่าวถึง   

 

 

ส่วนในเวรจะเจออะไรบ้าง หนักเบาประมาณไหน  อันนี้ก็ตามแต่โอกาส ทุกคนก็จะได้เจออะไรไม่เหมือนกัน    

จึงทำให้มีการบัญญัติศัพท์ใช้กันเองในหมู่เพื่อนๆแบบไม่เป็นทางการ  

 

 

เวรเย็น VS เวรเยิน   

 

ต่างกันแค่สระตัวเดียว...!!  (เปลี่ยนไม้ไต่คู้ เป็น สระอิ)

แต่ความหมายคนละเรื่องเลย   

 

 

 

เวรเย็นคืออะไร?

 

เวรเย็นคือเวรคุณนาย...

 

เป็นที่ปรารถนาของเหล่า นศพ.และผู้มีส่วนเกี่ยวข้องอยู่เวรด้วยในวันนั้น

คนไข้น้อย ที่มีอยู่ก็อาการคงที่ดี แพทย์พี่เลี้ยงไปนอนแล้ว(เพราะว่าง) ญาติคนไข้นั่งดูละครหลังข่าว

ช่างสงบสุขอะไรเช่นนี้

 

 

แล้วเวรเยินล่ะ??

 

เปลี่ยนสระเพียงตัวเดียว...นำมาซึ่งความหายนะ!

 

 

 เวรเยินคือเวร Hot!!!

รุ่มร้อน เร่าร้อน วอร์ดลุกเป็นไฟ คนไข้รับใหม่กระจาย เตียงเสริมกระจุย วิ่งไปโน่นไปนี่ตลอดทั้งเวรเป็นที่ทรมานยิ่งโดยเฉพาะยามร้องเท้ากัด... (เกี่ยวมั้ย?)

 

 

ก็ประมาณนั้นค่ะ ^^  

 

 

 

ตอนแรกก็เฉยๆนะคะ  เข้าใจว่ามันคงเป็นเรื่องบังเอิญล่ะที่ใครสักคนจะ “เวรเยิน”

 

แหม มันแล้วแต่โอกาสน่า ก็แค่บังเอิญหรอก  ใครมันจะมาซวยอยู่ได้ตลอดเวลาฟร่ะ!   

 

 

....แต่ตอนนี้ชักไม่แน่ใจ....  

 

เพราะหลายคนเริ่มเป็นแบบที่กล่าวถึงซ้ำๆๆๆๆ  บางคนก็อยู่เวรแบบร่มเย็นเป็นสุข  แต่บางคนก็แบบว่าอยู่วอร์ดไหนมันแม่มก็เยินได้ทุกที่ นำความเดือดร้อนมาสู่ผู้อยู่เวรด้วยวันนั้น  ลำบากลำบนกันทุกหย่อมหญ้า

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

มันมีเหตุการณ์แบบนั้นจริงๆซะด้วยสิ! (ฮา) เจอมากะตัวเลย -_-‘’

 

 

 

 

 

ส่วนนังเรนนี่น่ะเหรอ...?  

 

 

เป็นพวกเวรคุณนายค่ะ!   *ยืดอกตอบ*  (ฮา)

 

 

เป็นที่รู้กันในหมู่เพื่อนๆว่าดวงเย็นมาตั้งแต่ขึ้นปี 4 แล้ว  จนกระทั่งบัดนี้ก็ยังเย็นฉ่ำชุ่มกายสบายใจอยู่ 

 

แม้แต่วอร์ดที่ขึ้นชื่อเรื่องยุ่งและเหนื่อยสุดๆอย่างอายุรกรรมที่ไม่เคยขาดคนไข้รับใหม่ตอนกลางคืน เตียงเสริมก็เสริมแล้วเสริมอีกจนเลยออกจากห้องมาอยู่ตรงระเบียงก็แล้ว ยังต่อเตียงเสริมเลยไปถึงหน้าประตูลิฟต์กลางตึก แถม นศพ.หนึ่งคนต้องดูคนละ 2 วอร์ด... 

 

 

ลูกศรสีแดง แสดงทิศทางการล้นของเตียงเสริม

 

 

 

 

 

 

เป็นวอร์ดที่คนไข้เยอะขนาดนี้...

 

 

แต่เค้าก็ยังเคยไปอยู่เวรแบบเย็นๆคนไข้น้อยนิดมาแล้ว (เป็นไปได้!!)   

 

 

อา...แต่ใช่ว่าจะเย็นซะทุกครั้งนะคะ 

มีบางครั้งยุ่งๆ หรือบางคนที่แพ้ทางอยู่เหมือนกัน  อย่างเช่นอยู่เวรวันเดียวกับอาจารย์ท่านหนึ่งทีไร  ต้องยุ่งตลอดเวรเรื่อยเลย ไม่รู้เป็นไง 

 

 

 

อันนั้นก็ซวยกันไป แต่ส่วนใหญ่ไม่บ่อยค่ะ 

ดังนั้นเวรนังเรนนี่ก็ยังเป็นที่โล่งใจของผู้ร่วมชะตากรรมอยู่เวรด้วยกันต่อไป  ร่มเย็นเป็นสุขกันถ้วนหน้า...    

 

 

 

แต่เดี๋ยวก่อน...!!!  

 

เย็นไปใช่ว่าจะดีนะพี่น้อง  

 

 

อ่า..ค่ะ   เพราะอย่างที่เล่าให้ฟังตอนต้น 

อยู่เวรมิใช่แค่เปลี่ยนที่นั่งเล่นยามดึก  แต่มันมีจุดประสงค์ดังกล่าว 

 

 

จะมานั่งแหง่วอยู่ที่วอร์ดแค่เพราะจะเปลี่ยนที่เขียนรายงาน อ่านหนังสือ หรือแอบออนเฟซบุ๊คเก็บผักเปิด Restaurant city มันก็ใช่ที่ (ถึงแม้จะทำอยู่บ่อยๆ...ฮา)

 

 

 

เพราะเวรเย็นไป...ก็มักจะไม่เอ็ดดูเคท!!’ (Educate)  เรียกสั้นๆในหมู่เพื่อนๆว่า “เอ็ด”    

 

 

ทำไมต้อง เอ็ด??

 

  

ก็อุตส่าห์เสียเวลาตั้งมากมายก่ายกองเอาชีวิตไปทิ้งไว้วอร์ด 

 

 

วันๆอาจจะอยู่วอร์ดเยอะกว่าอยู่หอ และอยู่หอเยอะกว่าอยู่บ้าน... 

การนั่งอยู่เฉยๆโดยไม่ได้ทำ ไม่ได้เห็นอะไรเลย สู้เอาเวลาไปนั่งปั่นรายงานสบายๆที่หอดีกว่า  

 

 

เวรที่เย็นไปจะกลายเป็นเวรที่ได้ความรู้น้อยเทียบกับของเพื่อนๆ  เพราะการเรียนรู้ในเวรเกือบทั้งหมดเป็น by chance บางคนอาจได้เห็นอะไรที่ไม่เคยเห็น แล้วก็มีพี่ มีอาจารย์อยู่ด้วยให้ความรู้เยอะแยะมากมาย อันนี้จัดเป็น ”ดวงเอ็ด” ขณะที่บางคนไม่ได้เห็นอะไรกะเค้าเล้ยยยยย    

 

ความเหลื่อมล้ำทางโชคชะตาจะปรากฏให้เห็นชัดขึ้นเมื่อเวลาผ่านไป 

 

อิชั้น :  คนไข้เป็นอย่างงี้ ทำไงดีอ่า

Miss เวรเอ็ด :  ก็ถ้าเค้าเป็นอย่างนี้ ก็ต้องตรวจ [ไอ้นั่น ไอ้โน่น ไอ้นี่] ถ้าผลออกมาว่า xxxx ก็ต้องไปทำ oooo ต่อ หรือถ้ายังไม่ดีอีกก็อาจต้องพิจารณาการทำ *&^*%(  บลาๆๆๆ~

อิชั้น : เฮ้ยยยย ทำไมรู้เยอะจังอ้ะ เค้าไม่เห็นเคยรู้เลย

Miss เวรเอ็ด : ก็เคยเจอแล้วในเวร 

 

หรือ บางทีก็

 

Miss เวรเอ็ด : เมื่อวานทำคลอดไปอีกคนแล้วน๊า

อิชั้น :  อร๊ากกกกก อีกคนแล้วเรอะ!!? ชั้นยังไม่ได้ทำเลยซักคนอ้ะ!!!  

 

 

 

อย่างนี้เป็นต้น  ยิ่งถ้ามีอะไรที่ต้อง “เก็บเคส”

 

อย่างเช่น อยู่วอร์ดสูติฯคราวนี้ (หมายเหตุ – รายละเอียดข้างล่างนี้ก็อาจจะต่างกันไปแล้วแต่สถาบันค่ะ^^) 

 

ต้องเฝ้าคลอด (Attend) คนไข้อย่างน้อย 3 คน คนหนึ่งใช้เวลาเฝ้าต่อเนื่องไม่ต่ำกว่า 3 ชั่วโมง และได้ตรวจภายในไปอย่างน้อย 2 ครั้ง

 

ส่วนทำคลอดต้องได้ทำอย่างน้อย 3 คน   

 

 

 

ซึ่งฝนจะตก...แดดจะออก...คนจะคลอดลูก.....!!!  

 

คลอดตอนกำลังเลกเชอร์  >>> อดทำไป (แน่นอน เลกเชอร์ก็สำคัญมากๆเช่นกัน คนคลอดยังมาได้อีกเรื่อยๆ) 

คลอดตอนไม่ได้อยู่แถวนั้น มาไม่ทัน >>> ก็อดทำไป  (หรือบางคนอาจทัน)

 

 

โดนตามตอนกำลังกินข้าว  มาทันแบบแฮ่กๆ

คลอดตอนเวรเพื่อน  >>> ก็อดเหมือนกัน (แน่นอน  เพื่อนก็เก็บเคสนี่ เสร็จมัน...)  

 

 

 

พวกเวรเย็นไป และไม่เอ็ด จึงมักมาซวยในตอนท้ายๆใกล้ลงวอร์ดนั้นเอง

 

เนื่องจากยังเก็บเคสไม่ครบ จึงต้องเตรียมพร้อมตลอดเวลาเมื่อเพื่อนโทรเรียกให้มาเก็บเคสในเวรคนอื่น

(ซวยอีก ไม่ใช่เวรแท้ๆแต่ไปไหนไม่ได้)    

 

 

 

เสียงริงโทนของตัวเองจะหลอนยิ่งนักในช่วงเวลาแบบนั้น....

 

 

 

 

 

ซึ่งโทรศัพท์ดังในช่วงครึ่งหลังของการเรียนสูติฯที่เริ่มจะยุ่งๆลนลาน เตรียมสอบ เตรียมพรีเซนต์  เขียนรายงาน เก็บเคสโน่นนี่ จะมีได้จากหลายสาเหตุ

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

...ล้วนแล้วแต่ระทึกใจทั้งสิ้น

 

 

...โอย อายุสั้น...  

 

 

 

 

 

ความเย็น หรือ เยิน ของเวรนั้น ไม่สัมพันธ์กับความ เอ็ด หรือ ไม่เอ็ด อย่างมีนัยสำคัญ  

จึงแบ่งออกได้คร่าวๆเป็น 4 กลุ่ม ได้แก่

 

 

 

 

*เย็น  แต่ ไม่เอ็ด  >>> เวรคุณนายไร้สมอง...ล่องลอยๆไปเรื่อยเปื่อย เป็นสัมภเวสี

*เย็น และ เอ็ด  >>> เป็นที่ปรารถนาของเหล่า นศพ.ยิ่งนัก  มีงาน มีอะไรให้ทำกำลังดี ไม่เหนื่อยจนเกินไปและได้ความรู้

 

*เยิน แต่ เอ็ด   >>> ประหนึ่งจะทำให้เราเห็นคุณค่าของหยาดเหงื่อแรงงาน เหนื่อยฉิบหายแต่ก็ได้ความรู้  ก้นไม่ได้แตะเก้าอี้ กระนั้นก็ชื่นใจที่ได้ประสบการณ์เยอะแยะ 

เหมาะสำหรับคนที่ถึกทุยและกระหายความรู้ พวกนี้จะมีความสุขมากๆยามมาอวดเพื่อนว่า “ชั้นได้ทำไอ้โน่น ไอ้นี่ ไอ้นั่น ในเวรด้วยแหละเธ๊ออออ~!

 

*เยิน...แล้วยัง ไม่เอ็ด อีก >>> อา... (พูดไม่ออกกันเลยทีเดียว) 

 

 

ส่วนใหญ่มักจะไม่ค่อยมีแบบนี้นะคะ  เพราะถ้าอุตส่าห์จะเยินทั้งที มันก็ต้องได้ความรู้กันบ้างล่ะ  หรือถ้าไม่ได้อะไรเลยจริงๆมันก็ต้องได้เห็นอะไรบ้างล่ะน่า ไว้เป็นประสบการณ์ 

 

 

เวรนังเรนนี่ที่รู้สึกว่าเยิน..แต่ไม่เอ็ดเท่าไหร่ ที่จำได้แม่นเหมือนจะมีอยู่ครั้งนึงตอนอยู่วอร์ดศัลยกรรม ปี 4

 

 

คนไข้ประสบอุบัติเหตุ มอเตอร์ไซค์ล้ม แล้วก็โดนรถสิบล้อทับตรงกลางลำตัว

อวัยวะในช่องท้องและกระดูกกระเดี้ยวแย่ไปหมด(ตับไตไส้พุงทั้งหลายเกือบจะออกมากองข้างนอกอยู่แล้ว) 

โคลนเข้าไปปนในช่องท้องมากมาย  การที่ส่งตัวมาถึงโรงพยาบาลได้โดยยังมีชีวิตอยู่ถือว่าน่าทึ่งมากๆทีเดียว 

  

 

แพทย์พี่เลี้ยงที่อยู่เวรวันนั้นเข้าห้องผ่าตัดตั้งแต่ตอนเย็น  นังเรนนี่ก็เข้าไปด้วยเพราะอยู่เวรเหมือนกัน และยืนถึกไปเรื่อยๆอย่างนั้นจนถึงเที่ยงคืนโดยที่มื้อเย็นยังไม่ตกถึงท้องซักกะติ๊ด ขณะที่ไม่สามารถช่วยพี่ทำอะไรได้มากแต่ก็ร่วมถึกทุยไปกะเค้าด้วย 

 

อา...จำแม่นจนทุกวันนี้เลย -_-‘’

 

 

คืนนั้นกลับหอมึนๆ ส่วนคนไข้คนนั้นเข้า ICU อีกประมาณวันหรือสองวันก็เสียชีวิต  

 

 

ส่วนของเพื่อนก็เป็นลักษณะคล้ายๆกัน คือ

 

อาการของคนไข้แย่เกินกว่า นศพ.จะจัดการได้ อาจารย์และแพทย์พี่เลี้ยงจึงยุ่งมากๆจนไม่มีเวลาสอน  ทำให้ตกอยู่ในสถานการณ์บีบบังคับ ยังทำอะไรไม่ค่อยได้ แต่ต้องอยู่ร่วมแถวๆนั้นด้วย (ก็อยู่เวรนิ)

 

ขณะที่พยายามทำตัวให้เป็นประโยชน์ หรืออย่างน้อยก็อย่าเกะกะเวลาอาจารย์รีบๆ...(ความรู้น้อยนี่ลำบากจริงเหวยยย) 

 

สุดท้ายก็จะลงเวรแบบมึนๆ หมดสิ้นเรี่ยวแรง เหลือเพียงความทรงจำเลือรางในหัว 

อืมม  แล้วตรูวได้ทำอะไรลงไปมั่งฟระเนี่ย... 

 

 

 

 

 

 

งานกรรมกร แต่นอนน้อยกว่า....

ซีดดดดดด

 

 

 

พวกที่ดวงเยินแบบนี้จะเป็นที่รังเกียจของประชาชีผู้ร่วมงาน 

อยากจะไล่มันกลับหอไปซะ เพราะยิ่งอยู่ยิ่งเรียกคนไข้ (ฮา) 

 

 

แต่โดยรวมแล้วถ้าเป็นคนขยัน เจอเวรอย่างนี้เค้าก็มักจะกลับไปอ่านหนังสือหรือไปถามผู้รู้ทีหลังนะคะ ได้ความรู้เหมือนกัน (แต่เหนื่อย)  ซึ่งนังเรนนี่ไม่ค่อยทำอย่างนั้นเท่าไหร่  อูยยยย แย่ๆๆ 

 

   

 

 

***ปิดท้ายวันนี้  มีเกร็ดเล็กเกร็ดน้อยจากการอยู่เวรที่ผ่านๆมา  จริงมั่งไม่จริงมั่งแต่ก็เข้าใจกันมาประมาณนี้  โปรดใช้วิจารณญาณในการรับชม (ฮา)***  

 

- ถ้าดื่มกาแฟก่อนอยู่เวร คืนนั้นจะ Hot! (อันนี้ไม่รู้ ปกติไม่ฮอท แต่เพื่อนกับพี่บอกมา..ฮา)

- ใครที่ดวงเย็น..ก็มักจะเย็นไปตลอด

- ในทางตรงกันข้าม...ใครที่ดวงเยินมันก็มักจะเยินอยู่อย่างนั้น (เป็นที่เหม็นขี้หน้าของรุ่นพี่และพี่พยาบาลยิ่ง)

อย่างที่แพทย์พี่เลี้ยงคนหนึ่งเคยกล่าวกับน้องๆที่ยุ่งกันทั้งเวรจนสภาพเริ่มดูไม่ได้

“พี่ก็เยินมาอย่างนี้ตั้งแต่ตอนเป็น นศพ.แล้วล่ะค่ะคุณน้อง”

- เวรเย็น..อย่าทัก  เพราะเดี๋ยวมันจะไม่เย็นอีกต่อไป  คนไข้จะรู้ตัวและแห่กันมา(เรอะ?)

- เวรเย็น - เยิน ไม่ได้เป็นเฉพาะ นศพ.

- แต่ยังรวมถึงแพทย์พี่เลี้ยง

- ไปจนกระทั่งอาจารย์บางท่าน

- ประเมินความฮอทคร่าวๆได้จากเวลาที่ได้หม่ำข้าวเย็น

- ถ้าดวงคุณนาย ซักห้าโมงหกโมงพี่ก็อาจจะพาไปหาอะไรกิน หรืออาจจะไปหากินเอง (อันนี้ก็แล้วแต่ว่าพี่จะเลี้ยงข้าวมั้ย)

- Hot ขึ้นมาอีกนิด อาจจะซัก สองถึงสามทุ่มก็พอจะแวบไปหาอะไรหม่ำได้ ทนหิวนิดนึง

- หรือถ้ามากกว่านั้น ห้าทุ่มถึงเที่ยงคืนถึงจะได้กินข้าวเย็นก็มีบ่อยๆ

- แต่เอาเข้าจริงๆก็มีไม่น้อยที่พี่ไล่ลงเนื่องจากหมดเวลาอยู่เวรแล้วโดยที่ยังไม่มีอะไรตกถึงท้องเลย....-_-''

- ซึ่งจริงๆที่โดนไล่ลงเวรอาจเป็นเพราะพี่คิดว่า "เอ็งอ่ะตัวเรียกคนไข้ เพราะงั้นรีบๆลงไปเหอะ" ก็ได้

- นศพ.เกือบทุกคนมีความสามารถพิเศษงอกหัวใหม่ได้

- เพราะระหว่างอยู่เวร บ่อยครั้งที่จะโดนอาจารย์ แพทย์พี่เลี้ยง หรือพี่พยาบาล กินหัวซะกุด

- เหตุการณ์นั้นมักจะเกิดหลังจากโดนยิงคำถามใส่แล้ว นศพ.ตอบไม่ได้ อ้ำอึ้งๆ(ในกรณีของอาจารย์และแพทย์พี่เลี้ยง)

- หรือหลังจากประโยคที่ว่า “หมอ.. ใช้ [xxx] แล้วเก็บกลับที่เดิมด้วยสิ” (ในกรณีของพี่พยาบาล) 

ไอ้เจ้า [xxx] นั้นเว้นที่ให้เติมชื่อของวัตถุใดๆในครอบครองของวอร์ด  เช่น เก้าอี้ แฟ้มประวัติคนไข้ สเต็ทโตสโคป (Stethoscope) ฯลฯ  (ตรูวก็ว่าตรูวเอาไปเก็บตรงที่ๆหยิบมาแล้วนา) 

- ข้างบนนั้นเป็นเพียงการล้อเล่นขำๆ โดยรวมแล้วทุกท่านน่ารักมากๆนะคะ  (เผื่อบังเอิญมีแพทย์ พยาบาล มาอ่านเจอ...ฮา)  

 

 

 

 

อา...วันนี้ยาวมากๆเลย

 

อยากเล่าเรื่องพวกนี้มาตั้งนานแล้วล่ะค่ะ  เพราะนังเรนนี่ก็ชอบอ่านเหมือนกันเวลาคนอื่นเขียนเล่าเรื่องเกี่ยวกับการเรียนในคณะของตัวเอง 

 

มันน่าสนุกดีที่รู้ว่าทุกคนก็เรียนหนัก งานยุ่ง แต่ก็มีอะไรสนุกๆจากการเรียนมาเรื่อยๆ   

 

 

ไม่รู้จะมีคนอ่านจนจบมั้ย  น่าเบื่อไปรึเปล่า แต่ถ้าทำให้อมยิ้มออกมาได้บ้าง (เหมือนที่นังเรนนี่นั่งอมยิ้มคนเดียวเวลาอ่านเรื่องขำๆในคณะอื่น) ก็จะดีใจมากเลยค่ะ 

 

 

วันจันทร์ขึ้นวอร์ดกุมารแล้วล่ะ  จะไปงับหัวเด็ก  (ฮา)

 

แล้วพบกันเอ็นทรี่หน้าค่ะ ^__^~

 

ปล.มีเรื่องเล่าที่กล่าวขานกันมาเกี่ยวกับการทำคลอดของ นศพ.ในวอร์ดสูติฯ ที่จะบอกว่าคนทำคลอดคนนั้นจะได้แต่งงานหรือไม่ (?) เกี่ยวกันตรงไหนฟร่ะ  (ทำคลอดทีนี่โคตรลุ้น <<< นังนี่ก็เชื่ออีก..ฮา)

ถ้าไม่มีอะไรผิดพลาด เอ็นทรี่หน้าจะเอามาพูดถึงค่ะ

 

ปล.2 เอ็นทรี่ก่อน ขอบคุณคุณ  Kisskit มากๆเลยค่ะที่ช่วยแนะนำเรื่องเปิดรูปจากโฟโต้บักเก็ตไม่ได้ แต่ลองทำดูจนตอนนี้ก็ยังเปิดไม่ได้ ฮืออออ หรือว่านังเรนนี่ทำอะไรผิดไป  แต่ยังไงก็ขอบคุณมากๆเลยค่ะ ^_^~

 

 

Favourites